
- ไต้หวัน เอ็กซโป 2023 ในไทย โกยความสำเร็จเกินคาด นำธุรกิจทำยอดซื้อขาย 3,785 ล้านบาท
- จัดทัพ IA โชว์เทคโนโลยีสุดล้ำ ปลุก 5 กลุ่มอุตสาหกรรมก้าวสู่โลกอัจฉริยะ
- จัดคิวหมุนเวียนจัดทั่วเอเชีย 3 ประเทศ มาเลเซีย อินเดีย ญี่ปุ่น ส.ค.-พ.ย.66
นายเจมส์ ซี. เฮฟ. ฮวง ประธาน สภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) เปิดเผยว่า ทางกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงเศรษฐกิจไต้หวัน (BOFT) และสภาส่งเสริมการค้าและการส่งออกไต้หวัน (TAITRA) จัดงาน ไต้หวันเอ็กซ์โป 2023 ขึ้นในเมืองไทย ตลอด 3 วัน สามารถสร้างความสำเร็จดึงดูดผู้เข้าชมได้กว่า 20,000 คน โดยมีผู้เข้าร่วมจับคู่ธุรกิจกว่า 870 ราย คาดจะสร้างมูลค่ายอดซื้อขายอนาคตจากงานครั้งกว่า 3,785 ล้านบาท สอดคล้องตามเป้านโยบายส่งเสริมการลงทุนระดับทวิภาคีระหว่างไทยกับไต้หวัน
การจัดงาน ไต้หวัน เอ็กซ์ โป ปี 2566 ได้นำเสนอเทคโนโลยี AI มุ่งสร้างกรอบแห่งอนาคตของเมืองอัจฉริยะร่วมกันจัดงานภายใต้แนวคิด “Let’s T-AI Together” ขณะนี้ยังคงเปิดให้ผู้สนใจเข้าชมงานแบบเสมือนจริงทางออนไลน์ได้ด้วยทาง https://thaionline.taiwanexpoasean.com/en/index.html ตั้งแต่วันนี้ – วันที่ 17 สิงหาคม 2566 จากนั้นจะหมุนเวียนไปจัดต่อเนื่องในอีก 3 ประเทศ ได้แก่ มาเลเซีย วันที่ 24-26 สิงหาคม อินเดีย วันที่ 5-7 ตุลาคม และญี่ปุ่น วันที่ 9-11 พฤศจิกายน 2566
นายเจมส์ ซี. เฮฟ. ฮวง กล่าวว่าการจัดงานครั้งนี้ได้กลับมาแบบออฟไลน์ครั้งแรกในไทย ด้วยการนำเทคโนโลยี AI สร้างแรงจูงใจให้ผู้เข้าชมงานสนใจผลิตภัณฑ์นวัตกรรม และเทคโนโลยี โซลูชั่นต่าง ๆ ที่นำมาจัดแสดง 5 กลุ่มอุตสาหกรรม ประกอบด้วย กลุ่มที่ 1 เมืองอัจฉริยะ หรือ Smart City นำเสนอเทคโนโลยีการสร้างเมืองอัจฉริยะ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น กลุ่มที่ 2 การแพทย์อัจฉริยะ หรือ Smart Medical) ตอบสนองเทรนด์การดูแลสุขภาพ และระบบการรักษาทางไกล (Telemedicine)

กลุ่มที่ 3 รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) นำเสนอโซลูชันล้ำสมัยในอุตสาหกรรมการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า กลุ่มที่ 4 เศรษฐกิจหมุนเวียน หรือ Circular Economy นำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ผ่านกระบวนการทรัพยากรหมุนเวียน หรือใช้วัตถุดิบรีไซเคิลเพื่อสร้างเศรษฐกิจบนความยั่งยืน กลุ่มที่ 5 ไลฟ์สไตล์อัจฉริยะ (Intelligent Lifestyle) รวบรวมผลิตภัณฑ์ที่ช่วยให้การใช้ชีวิตประจำวันของผู้คนสะดวกสบายยิ่งขึ้น
สำหรับการจัดงานโดยพุ่งเป้านำเสนอครอบคลุม 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลักนั้น เพื่อตอบสนองตามยุทธศาสตร์และนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของไทยที่มุ่งนำพาประเทศเป็นฐานการผลิตยานยนต์ไฟฟ้าสำคัญของโลก เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมอิเล็คทรอนิกส์อัจฉริยะและอุตสาหกรรมดิจิทัลของอาเซียน การสร้างชุมชนให้เป็นเมืองอัจริยะที่มีความปลอดภัย และน่าอยู่ เคียงข้างกับการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับเทรนด์ของโลกยุคใหม่ที่กำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีอัจฉริยะในหลากหลายมิติด้วยกัน
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่งใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen










