
- เผยจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติมเป็นไปตามแผนการจัดหาให้ครบ 126.2 ล้านโดส
- วางเป้าปีนี้จะฉีดวัคซีนให้ได้ 70% ของประชากรกลุ่มเป้าหมายภายใน ธ.ค.64
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า วันนี้ (5 ค.ค.64) คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ดำเนินการจัดซื้อวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ของAstraZeneca (แอสตร้า เซนเนก้า)จากประเทศฮังการี จำนวน 400,000 โดส พร้อมอนุมัติให้อธิบดีกรมควบคุมโรคเป็นผู้ลงนามในร่าง Bilateral Agreement ระหว่างฮังการีกับไทย และร่าง Tripartite Agreement ระหว่างฮังการี ไทย และAstraZeneca
ทั้งนี้การจัดซื้อวัคซีนจากฮังการี จะมีการลงนามในร่าง Bilateral Agreement ระหว่างฮังการีและไทย สาระสำคัญของร่างประกอบไปด้วย 1) การขนส่งวัคซีน 2) กรรมสิทธิ์และความเสี่ยง 3) การรักษาความลับ 4) กฎหมายที่ใช้บังคับและการยุติข้อพิพาท และ 5) Indirect taxes/VAT มีการลงนามและร่าง Tripartite Agreement ระหว่างฮังการี ไทย และAstraZeneca ซึ่งจะใช้ร่างเอกสารแบบเดียวกันที่ไทยจัดซื้อวัคซีน AstraZeneca จากราชอาณาจักรสเปนเมื่อวันที่ 14 ก.ย. 2564 โดยมีสาระสำคัญ 1) Indirect taxes/VAT 2) การส่งมอบ และ 3) กฎหมายที่ใช้บังคับ
“การจัดซื้อวัคซีนเพิ่มเติมเป็นไปตามแผนการจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้ครบ 126.2 ล้านโดส มั่นใจว่าปีนี้จะสามารถฉีดวัคซีนให้ได้อย่าง 70% ของประชากรกลุ่มเป้าหมายภายในเดือน ธ.ค. 2564 โดยในวันพรุ่งนี้ (6 ต.ค.64) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จะร่วมงานฉีดวัคซีน Pfizer ให้กับเด็ก/เยาวชน ที่โรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี กรุงเทพมหานคร เพื่อเร่งสร้างความมั่นใจในการเปิดภาคเรียนที่ 2/2564 อีกด้วย” นายธนกรกล่าว










