

อาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้เริ่มเจรจาอัปเกรดเอฟทีเอ เมื่อปี 63 เพื่อปรับปรุงให้ทันสมัยกับรูปแบบการค้าที่เปลี่ยนไป
- จรดปากกาลงนามความตกลงฉบับปรับปรุงใหม่แล้ว
- ชี้เพิ่มโอกาสการค้า ลงทุน และเสริมแกร่งซึ่งกันและกัน
- ไทยยังไม่ลงนามรอชงครม.ชุดใหม่และรัฐสภาไฟเขียวก่อน
นายเอกฉัตร ศีตวรรัตน์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 ส.ค.ที่ผ่านมา ในระหว่างการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน ครั้งที่ 55 ณ เมืองเซอมารัง สาธารณรัฐอินโดนีเซีย อาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้จัดพิธีลงนามพิธีสารปรับปรุงความตกลงการค้าเสรี (เอฟทีเอ) อาเซียน-ออสเตรเลีย-นิวซีแลนด์ เมื่อที่ถือเป็นความสำเร็จของการเจรจาปรับปรุงหรืออัปเกรดเอฟทีเอ ที่มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี 53 โดยคาดว่า จะมีผลใช้บังคับในปี 67 เมื่อสมาชิกทั้งหมดได้ลงนามและให้สัตยาบันครบถ้วน ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสทางการค้า การลงทุน และเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทานการผลิตระหว่างกัน

“ไทยเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ ยังไม่ได้ร่วมลงนามในครั้งนี้ เนื่องจากอยู่ระหว่างรอนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่พิจารณา โดยกระทรวงพาณิชย์เตรียมนำเสนอครม.และรัฐสภา พิจารณาเรื่องการลงนามและการให้สัตยาบันความตกลงฉบับนี้ นอกจากไทยแล้ว ยังมีสมาชิกอาเซียนอีก 5 ประเทศ ได้แก่ ฟิลิปปินส์ เวียดนาม กัมพูชา ลาว และเมียนมา ที่ยังดำเนินกระบวนการภายในไม่เสร็จสิ้น และจะลงนามพิธีสารภายหลังเช่นกัน”
นายเอกฉัตร กล่าวว่า อาเซียน ออสเตรเลีย และนิวซีแลนด์ ได้เริ่มเจรจาอัปเกรดเอฟทีเอ เมื่อปี 63 เพื่อปรับปรุงให้ทันสมัยกับรูปแบบการค้าที่เปลี่ยนไป และได้สรุปผลการเจรจาเมื่อเดือนพ.ย.65 โดยใช้เวลาในการเจรจาเกือบ 3 ปี ซึ่งความตกลงฉบับปรับปรุงได้เพิ่มประเด็นการค้าใหม่ๆ เช่น การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย และการค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน รวมทั้งปรับข้อบทในเรื่องต่างๆ เช่น การค้าสินค้า กฎถิ่นกำเนิดสินค้า การแข่งขันทางการค้า การเพิ่มภาคผนวกบริการด้านการศึกษาและบริการวิชาชีพ เป็นต้น