“อนุทิน” สั่งระดมฉีดเข็ม 3 รับมือ “โอมิครอน”

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการตรวจเยี่ยมศูนย์บริการฉีดวัคซีนโควิด-19 ว่า ตอนนี้เรากำลังเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 3 ให้ประชาชน ส่วนกลุ่มที่จะไปต่างประเทศไม่ต้องกังวล เพราะวัคซีนที่ไทยนำมาให้บริการนั้นผ่านการรับรองจากนานาชาติแล้ว ล่าสุด เพิ่งได้หารือกับอธิบดีกรมควบคุมโรค สำหรับผู้ที่ได้รับวัคซีนเชื้อตาย 2 เข็ม หรือ แอสตร้าเซเนก้า 2 เข็ม ถึงเดือนสิงหาคม สามารถขอรับวัคซีนเข็มที่ 3 ได้ ขอให้ประชาชนมารับบริการกันมากๆ โดยวัคซีนที่ได้รับ อาจจะเป็นวัคซีนแอสตร้าเซเนกา หรือ แบบ mRNA เนื่องจากตอนนี้ต้องเร่งรักษาระดับภูมิคุ้มกันให้สูงไว้ เพื่อรับมือการระบาดของโอมิครอน ที่ค่อยๆ กระจายไปทั่วโลก

สำหรับประเทศไทย เมื่อประชาชนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง ครบถ้วน และประชาชนใช้มาตรการ Universal Prevention ก็จะสามารถผ่อนหนักให้เป็นเบาได้แน่นอน นอกจากนี้ ระบบคัดกรองของไทยยังนับว่าเข้มข้นและมีประสิทธิภาพ เราพบผู้ติดเชื้อชาวสหรัฐเดินทางมาจากสเปนและดูไบ และตอนนี้อยู่ในระหว่างการสอบสวนโรคและควบคุมโรค ส่วนที่มีข่าวว่า พบผู้สัมผัสเสี่ยงสูงติดเชื้อไปแล้วนั้น ขอให้รอรายละเอียดจากกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ แต่จากข้อมูลขณะนี้ พบว่าเป็นการติดเชื้อในลักษณะที่เป็นหางเชื้อ ต้องค้นหาเชื้อถึง 36 รอบจึงจะพบ ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีการยืนยันว่า เป็นเชื้อชนิดไหน

อย่างไรก็ตาม มีความหวังจากองค์การอนามัยโลก และนักวิชาการด้านการแพทย์ ว่า เชื้อโอมิครอน แพร่ง่าย แต่ไม่รุนแรงนัก ขอให้ความหวังนี้เป็นจริง แต่ที่แน่นอนคือวัคซีนที่ใช้กันอยู่สามารถป้องกันการป่วยหนักและเสียชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอนุทิน เผยว่า ประเทศไทยได้เตรียมความพร้อมกับการเผชิญหน้ากับเชื้อสายพันธุ์ใหม่ๆ อยู่ตลอด โดยการสั่งซื้อวัคซีนที่จะได้รับในปีหน้านั้น มีเงื่อนไขว่าเราสามารถเลือกเปลี่ยนเป็นวัคซีนตัวใหม่ๆ ให้ทันสถานการณ์ได้ และตอนนี้ต้องเตรียมยา เตรียมแพทย์ เตรียมสถานที่ และที่สำคัญ คือ ต้องเร่งฉีดวัคซีน ทั้งนี้ ตนพบว่า มีบางคน เพิ่งได้รับเข็มแรก ทั้งที่มีสิทธิ์ฉีดมานานแล้ว แต่ยังลังเล จึงเพิ่งมารับการฉีด ขอย้ำว่าการฉีดวัคซีนดีกว่ากันไม่ฉีดนับ 10 เท่า

ทั้งนี้ในส่วนของมาตรการเพื่อจัดการกับโอมิครอน ได้มีการปรับมาตรการไปแล้ว ในส่วนของข้อจำกัดนักเดินทางจากทวีปแอฟริกา ที่มีเงื่อนไขมากขึัน ขณะเดียวกัน จากที่เคยมีแผนจะใช้การตรวจแบบ ATK กับผู้เดินทางเมื่อมาถึงไทย ขณะนี้ก็ได้ให้ชะลอแผนไว้ก่อน

สำหรับการเดินทางจากพื้นที่อื่น เรายังตรวจเข้มงวด ต้องขอใบประกันสุขภาพ วัคซีนพาสสปอร์ต ผลตรวจ RT PCR เมื่อถึงไทย ต้องตรวจอีกรอบ และต้องกักตัวตามเวลาที่กำหนด

“เรามีการปรับแผนรับมืออยู่ตลอด โดยความปลอดภัยของประชาชนเป็นเรื่องที่เราคำนึงถึงลำดับต้นๆ แต่การจะตัดสินใจทำอะไรที่มันเข้มข้นมากๆ ไปล็อกดาวน์นู่น ล็อกดาวน์นี่ ก็ต้องอาศัยข้อมูลที่รอบด้าน และต้องคิดให้ละเอียด เพราะประชาชนก็เพิ่งได้กลับมาทำมาหากิน ต้องมองทุกมุม ทุกมิติ”