“สาธารณสุข” เล็งชง “บิ๊กตู่” พิจารณาปิดบริการสถานบันเทิงทั่วประเทศ

  • นายกรัฐมนตรี นำทีมถก ครม. ส่วนราชการ
  • ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคโควิด-19
  • พิจารณาปิดสถานบันเทิง ลดการแพร่ระบาดไวรัส
  • สธ.ลั่นด้านสุขภาพยับยั่งไวรัสเป็นเรื่องหลัก ด้านเศรษฐกิจเป็นเรื่องรอง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุม ศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ร่วมกับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่รัฐมนตรีส่วนใหญ่ได้ยกเลิกภารกิจทั้งหมด โดยมีเพียง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางไปเป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 1/2563 และการประชุมคณะอนุกรรมการอำนวยการด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ครั้งที่ 1/2563 ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

ทั้งนี้ก่อนเริ่มประชุม นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.สาธารณสุข และนายสาธิต ปิตุเตชะ  รมช.สาธารณสุข พร้อมด้วยคณะแพทย์ ได้เข้าพบนายกรัฐมนตรี นานเกือบ 1 ชั่วโมง เพื่อรายงานสถานการณ์ผู้ติดเชื้อล่าสุด ที่มีจำนวนเพิ่มขึ้น รวมถึงรายงานสถานการณ์ต่างๆ เพื่อเพิ่มมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโควิด-19 ให้เข้มงวดและเด็ดขาดขึ้น

นายสาธิต เปิดเผยว่า การประชุมวันนี้ จะพิจารณามาตรการปิดสถานบันเทิงทั่วประเทศ เนื่องจากเห็นว่า กิจกรรมที่มีคนอยู่ร่วมกันเป็นจำนวนมาก ทำให้เกิดการสัมผัสกัน และเสี่ยงเกิดการติดต่อของโรคได้ง่าย แต่จะปิดหรือไม่ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ตัดสินใจ แต่ตนมองว่า การปิดสถานบันเทิงก็เป็นมาตรการหนึ่งที่เด็ดขาดและรัดกุม สามารถควบคุมการแพร่ระบาดได้ อย่างในประเทศจีน ที่มีมาตรการเข้มงวดก็สามารถทำให้สถานการณ์ดีขึ้น ที่สำคัญเราเห็นตัวอย่างแล้วจากการไปรวมตัวกันที่สนามมวย ซึ่งเป็นการรวมตัวของกลุ่มคนจำนวนมาก และไม่ทราบว่าใครติดเชื้อ และอยู่ในระยะฟักตัว ประเทศไทยจะผ่านวิกฤตได้จะต้องอาศัยความร่วมมือของประชาชนและมาตรการที่รัฐบาลจะออกมาบังคับใช้ร่วมกัน

ส่วนผลดีและผลเสียของการปิดสถานบันเทิงนั้น นายสาธิต กล่าวว่า สำหรับกระทรวงสาธารณสุข เน้นดูแลเรื่องของการยับยั้งการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 เป็นอันดับแรก ส่วนเรื่องปัญหาเศรษฐกิจและความสะดวกสบายเป็นอันดับรอง 

ขณะที่ก่อนเริ่มการประชุม นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หลังการประชุมหากมีสถานการณ์ที่จำเป็นจะมีการออกแถลงการณ์ สิ่งสำคัญวันนี้ (16 มี.ค.) คือเรื่องการแพร่กระจายของเชื้อที่เพิ่มขึ้นจึงต้องหามาตรการรองรับ รวมถึงต้องสร้างความเข้าใจกับคำว่า ระดับ 3  หรือระยะ 3 เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบ ดังนั้นต้องอาศัยความร่วมมือของทุกฝ่ายทั้ง ภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคธุรกิจ และประชาชน ทั้งนี้ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ร่วมกันทำงานในศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดโรคตลอด 24 ชั่วโมงในช่วงวันเสาร์ อาทิตย์ ที่ผ่านมา