“สตาร์เฟล็กซ์” จับมือ “ไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์”ตั้งบริษัทร่วมทุน พัฒนาบรรจุภัณฑ์ย่อยสลายได้ 100% ภายในปี 68



  • เน้นดำเนินธุรกิจผลิต จำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน ด้วยทุนจดทะเบียน 250 ลบ.
  • ตั้งเป้าก่อสร้างโรงงาน ติดตั้งเครื่องจักรให้แล้วเสร็จไตรมาส 4 ปี 65
  • วางเป้ารายได้ในปี 65 ไว้ที่ 70 ลบ. ปี 66 ขยับไปที่ 250 ลบ.
  • พร้อมวางแผนการสร้างรายได้ให้ไปถึง 1,500 ลบ. ภายในปี 70

ผู้สื่อข่าวาายงานว่า วันนี้ (30 ก.ย.64) บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX ผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน สำหรับสินค้าอุปโภคและบริโภคตามคำสั่งซื้อของลูกค้า และบริษัท ไทยยูเนี่ยนกราฟฟิกส์ จำกัด ผู้ดำเนินธุรกิจให้บริการด้านงานพิมพ์ ด้วยระบบออฟเซ็ทแบบครบวงจรที่มีคุณภาพและมาตรฐานซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ผู้นำธุรกิจอาหารทะเลระดับโลก ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเพื่อจัดตั้งบริษัทร่วมทุน เพื่อดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน ด้วยทุนจดทะเบียน จำนวน 250 ล้านบาท โดย SFLEX และไทยยูเนี่ยน กราฟฟิกส์ ถือหุ้นสามัญในสัดส่วน 51% และ 49% ตามลำดับ

นายปรินทร์ธรณ์ อภิธนาศรีวงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ เพื่อก่อสร้างโรงงานผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนโดยมุ่งเน้นสำหรับผลิตภัณฑ์อาหารเป็นหลัก และจะเป็นส่วนหนึ่งที่สนับสนุนการใช้บรรจุภัณฑ์ของกลุ่มไทยยูเนี่ยน เพื่อตอบโจทย์เรื่องคุณภาพและมาตรฐานผลิตภัณฑ์ระดับโลก 

“การร่วมมือครั้งนี้ยังเป็นไปตามแผนการขยายตลาดและขยายฐานรายได้ของ SFLEX  โดยคาดว่าจะสามารถก่อสร้างโรงงาน ติดตั้งเครื่องจักรให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 4/2565 พร้อมกันนี้ได้ตั้งเป้ารายได้ในปี 2565-2566 ไว้ประมาณ 70 ล้านบาท และ 250 ล้านบาท ตามลำดับ ด้วยกำลังการผลิตเบื้องต้นที่ระดับ 40% และจะเพิ่มกำลังการผลิตขึ้นในปีต่อๆไป เพื่อผลักดันในการสร้างรายได้ให้ไปถึง 1,500 ล้านบาทภายในปี 2570” นายปรินทร์ธรณ์ กล่าว

นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในฐานะผู้นำธุรกิจอาหารทะเล ไทยยูเนี่ยนให้ความสำคัญกับการดูแลทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม ตามวิสัยทัศน์ในการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีและดูแลท้องทะเลให้อุดมสมบูรณ์ บรรจุภัณฑ์ถือเป็นส่วนสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของบริษัท การออกแบบและผลิตบรรจุภัณฑ์ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมจะช่วยตอบโจทย์การดูแลสิ่งแวดล้อม 

ทั้งนี้ไทยยูเนี่ยนยังตั้งเป้าหมาย ในการใช้บรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำ รีไซเคิล และย่อยสลายได้ ทั้งหมด100% สำหรับผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ของบริษัท ภายในปี 2568 โดยเชื่อมั่นว่าความร่วมมือในครั้งนี้มีส่วนสำคัญทำให้ไทยยูเนี่ยนบรรลุเป้าหมายดังกล่าว รวมถึงการทำงานร่วมกันในการพัฒนาธุรกิจต่อไปในอนาคต