ม็อบชาวนาอินเดียเดือด!ปะทะเจ้าหน้าที่ตำรวจ



  • แหวกแผงกั้น-ฝ่าวงล้อมตำรวจออกนอกเส้นทางที่ให้ชุมนุมได้
  • ทำตำรวจทนไม่ไหวยิงแก๊สน้ำตา-ฉีดน้ำแรงดันสูงสลายชุมนุม
  • หลังปักหลักนาน 2 เดือนประท้วงรัฐบาลออกกม.ปฏิรูปภาคเกษตร

สำนักข่าวรอยเตอร์ส และวีโอเอไทยรายงานว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนายตรึงกำลังที่ “ป้อมแดง” (Red Fort) สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ ซึ่งอยู่ใจกลางเมืองหลวงเมื่อวันพุธ เพื่อรักษาความปลอดภัย หลังจากม็อบชาวนา ฝ่าด่านการป้องกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ส่งผลให้มีผู้เสียชิต และบาดเจ็บอย่างน้อย 80 คน

มีรายงานว่า ตำรวจยิงแก๊สน้ำตา ฉีดน้ำแรงดันสูง และใช้กระบอง เข้าสลายกลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาตให้ชุมนุมตั้งแต่แรก โดยชาวนากลุ่มหนึ่งปีนขึ้นป้อมแดง โบกธงสหภาพชาวนาและธงศาสนา และยังห้อยธงของสหภาพลงมาคู่กับธงชาติอินเดีย ขระที่ชาวนาอีกส่วนหนึ่งมุ่งหน้าเข้าใจกลางกรุงนิวเดลี ย่านที่ทำการของหน่วยงานรัฐบาล บุกทลายแผงกั้นของตำรวจ และตะโกนต่อว่านายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี  

เหตุรุนแรงครั้งนี้ มีรายงานว่า ผู้ประท้วงเสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย จากการที่รถไถของเขาพลิกคว่ำ ขณะเดียวกัน มีนายตำรวจหลายนายได้รับบาดเจ็บ รถเมล์และรถตำรวจถูกผู้ประท้วงขว้างปาหินใส่จนเสียหาย 

เหตุรุนแรงครั้งนี้เกิดขึ้นในวันชาติอินเดีย (26 ม.ค.) ซึ่งมีการเดินขบวนพาเหรดของกองทัพเพื่อฉลองวันครบรอบที่อินเดียประกาศใช้รัฐธรรมนูญ โดยเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นหลังการเดินขบวนพาเหรดเสร็จสิ้น 

ทั้งนี้ ผู้ประท้วง ที่เป็นชาวนาหลายหมื่นคนได้ตั้งค่ายประท้วงนอกเมืองหลวงมาตั้งแต่ปลายเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา โดยเรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกกฎหมาย 3 ฉบับ ที่รัฐบาลระบุว่าเป็นกฎหมายปฏิรูปภาคการเกษตร แต่บรรดาชาวนากลับเห็นว่ากฎหมายนี้จะกระทบต่อความเป็นอยู่ของพวกเขา 

นอกจากนี้ ม็อบชาวนา ยังนำรถไถ รถบรรทุก จอดปิดทางหลวงที่มุ่งหน้าเข้าสู่กรุงนิวเดลี โดยตั้งเป้าว่าจะไม่เลิกประท้วงจนกว่าจะมีการยกเลิกกฎหมาย ที่ผ่านมา กลุ่มผู้ประท้วงไม่ได้รับอนุญาตให้เดินทางเข้ากรุงนิวเดลี แต่ตำรวจอนุญาตให้พวกเขาขับรถไถไปตามชานเมืองได้ หลังแกนนำสหภาพชาวนารับปากว่า การประท้วงจะเป็นไปอย่างสันติ 

อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกิดเหตุรุนแรงขึ้น แกนนำชาวนาระบุว่า กลุ่มผู้ประท้วงที่ฝ่ากำแพงตำรวจออกไป ไม่ได้เป็นตัวแทนของม็อบชาวนา บางช่วงกลุ่มผู้ประท้วงมีจำนวนมากกว่าตำรวจอย่างมาก และยังเดินหน้าฝ่าสิ่งกีดขวางตามถนนต่อไปโดยไม่ฟังคำขอของแกนนำม็อบ ที่บอกให้พวกเขาถอยหลังกลับ โดยระบุว่า หากผู้ประท้วงไม่สามารถชุมนุมอย่างสันติได้ การประท้วงอาจล้มเหลว 

ก่อนหน้านี้ รัฐบาลและชาวนาได้เจรจากันแล้วหลายรอบ แต่ล้มเหลว โดยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ผู้นำสหภาพชาวนา ไม่รับข้อเสนอของรัฐบาล ที่เสนอให้เลื่อนการบังคับใช้กฎหมายออกไปมากที่สุด 18 เดือน 

โดยกลุ่มชาวนา ระบุว่า กฎหมายทั้ง 3 ฉบับนี้เปิดทางให้บริษัทเอกชน สามารถรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรจากชาวนาได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อรายได้ของชาวนา เพราะจะไม่สามารถขายผลผลิตได้ตามราคาประกันจากรัฐบาล และที่ผ่านมา รัฐบาลจะเป็นผู้ซื้อธัญพืช เช่น ข้าว ข้าวสาลี ในราคาประกันขั้นต่ำ

ในขณะที่รัฐบาลระบุว่า กฎหมายใหม่นี้จะช่วยให้มีการลงทุนจากภาคเอกชน ทำให้ภาคเกษตรกรรมมีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น แต่ฝ่ายค้านกลับวิจารณ์ว่า รัฐบาลผ่านกฎหมายนี้อย่างรวดเร็วโดยไม่ปรึกษาพรรคการเมืองอื่นๆ หรือตัวแทนชาวนาอย่างถี่ถ้วนก่อน

ส่วนนักวิเคราะห์มองว่า การประท้วงครั้งใหญ่นี้แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจที่มีมากขึ้นของชาวนา โดยเกือบครึ่งหนึ่งของประชากรอินเดียทั้งหมด 1,300 ล้านคน อยู่ในภาคเกษตร แต่รายได้จากภาคเกษตร กลับมีสัดส่วนเพียง 15% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เท่านั้น