
- มีแรงเทขายหุ้นกลุ่มอย่างหนัก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรม
- นักลงทุนกังวลสหรัฐผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์
- ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกยังเพิ่มขึ้นมากกว่าคาด
ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดวันที่ 30 ก.ย.ที่ 33,843.92 จุด ลดลง 546.80 จุด หรือ -1.59% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 4,307.54 จุด ลดลง 51.92 จุด หรือ -1.19% ดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิสปิดที่ 14,448.58 จุด ลดลง -63.86 จุดหรือ -0.44
นักลงทุนกังวลปัจจัยลบจำนวนมากที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ มทั้งความกังวลธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีแนวโน้มปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้, ความขัดแย้งในสภาคองเกรสเกี่ยวกับการเพิ่มเพดานหนี้สหรัฐ, การที่สภาคองเกรสอาจให้การอนุมัติการปรับขึ้นภาษีเงินได้นิติบุคคล รวมทั้งความกังวลเกี่ยวกับเงินเฟ้อ และความเสี่ยงจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา
โดยนางเจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐเตือนว่า สภาคองเกรสมีเวลาไม่ถึง 3 สัปดาห์ในการพิจารณาเรื่องการขยายเพดานหนี้ โดยหากสภาคองเกรสล้มเหลวในการดำเนินการดังกล่าว ก็จะส่งผลให้สหรัฐเผชิญกับการผิดนัดชำระหนี้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ และจะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจของประเทศ
นอกจากนั้น กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 11,000 ราย สู่ระดับ362,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 335,000 ราย โดยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในสัปดาห์ที่แล้วแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 7 ส.ค. และปรับตัวขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 3 ติดต่อกัน ซึ่งบ่งชี้ว่าการจ้างงานในสหรัฐชะลอตัวลง
หุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมดิ่งลงหนักสุดถึง 2.11% โดยหุ้นโบอิ้ง ร่วงลง 2.41% หุ้นเจเนอรัล อิเล็กทริก (จีอี) ดิ่งลง 3.06% หุ้นเรย์เธียน เทคโนโลยีส์ ลดลง 1.18% หุ้นแคทเธอร์พิลลาร์ ร่วงลง 2.98% หุ้น 3M ดิ่งลง 3.02%
หุ้นที่มีความอ่อนไหวต่อแนวโน้มเศรษฐกิจเช่นหุ้นกลุ่มพลังงานและกลุ่มธนาคารร่วงลงเมื่อคืนนี้ โดยหุ้นเอ็กซอนโมบิล ร่วงลง 1.77% หุ้นเชฟรอน ร่วงลง 1.82% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน ดิ่งลง 2.44% ส่วนหุ้นแบงก์ ออฟ อเมริกา ร่วงลง1.44% หุ้นเจพีมอร์แกน ลดลง 1.36% หุ้นโกลด์แมน แซคส์ ร่วงลง 1.78%
อย่างไรก็ตามมีข่าวดี ในทิศทางการฟื้นเศรษฐกิจ กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 3 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 2/2564 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัว 6.7% ในไตรมาส 2 ซึ่งสูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 ที่ระดับ 6.5% และสูงกว่าตัวเลขประมาณการครั้งที่ 2 ที่ระดับ 6.6% หลังจากที่ขยายตัว 6.3% ในไตรมาส 1










