“ธนกร” เผยรัฐบาลเดินหน้าพร้อมเปิดเรียน On Site 1 พ.ย.นี้ “บิ๊กตู่” สั่งกำชับยึดความปลอดภัยนักเรียนเป็นสำคัญ



  • เน้นปฏิบัติตามเงื่อนไข-แนวปฏิบัติ-แผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด
  • มั่นใจฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นักเรียน-นักศึกษา ได้ตามเป้า
  • เผยขณะนี้คืบหน้าเกือบ 70% ของผู้ประสงค์ฉีดวัคซีนแล้ว

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ประกาศนโยบายเดินหน้าเปิดประเทศรับการเดินทางเข้าประเทศไทย โดยไม่ต้องกักตัวสำหรับผู้ที่ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2564 สอดรับกับการยกเลิกเคอร์ฟิวพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว17 จังหวัด รวมถึงกรุงเทพมหานคร มีผลเวลา 23.00 น. คืนวันที่ 31 ต.ค. เป็นต้นไป 

ทั้งนี้ ในส่วนของด้านการศึกษาหลังจากที่มีการเร่งฉีดวัคซีนให้กับครู นักเรียน นักศึกษา ตลอดจนบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับด้านการศึกษา เพื่อให้สามารถทยอยเปิดเรียนแบบ On Site และแบบผสมผสานได้ ล่าสุดกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) ได้ประกาศหลักเกณฑ์การเปิดการเรียนการสอนในสถานศึกษาแบบ on site ภายใต้มาตรการ Sandbox : Safety Zone in School รองรับการเปิดภาคการศึกษาที่ 2/2564 ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ โดยมีสถานศึกษาทั่วประเทศกว่า 10,000 แห่ง ที่มีความพร้อมในการเปิดเรียน On Site 

โดย ศธ.กำหนดแนวทางและข้อปฏิบัติที่ตามมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 จําแนกตามเขตพื้นที่การแพร่ระบาด(พื้นที่สีแดงเข้ม สีแดง สีส้ม สีเหลือง และสีเขียว) อาทิ สถานศึกษาต้องผ่านการประเมินความพร้อมผ่าน Thai Stop Covid Plus (TSC ) มีการรายงานการติดตามการประเมินผลผ่าน MOECOVID ครูและบุคลากรในพื้นที่สีแดงและสีแดงเข้ม ต้องฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม 85% ขึ้นไป ส่วนในพื้นที่สีอื่นๆ ต้องได้รับวัคซีนเข็มที่ 1 ระดับ 85% ขึ้นไป เว้นระยะห่างในห้องเรียน จัดระบบบริการอาหารตามหลักสุขาภิบาลและโภชนาการ มีการตรวจ ATK ก่อนเปิดเรียน 

รวมถึงการสุ่มตรวจ ATK ประเมินความเสี่ยง ตลอดจนการจำกัดคนเข้า-ออก เน้นการปฏิบัติตามมาตรการส่วนบุคคลแบบครอบจักรวาลอย่างเข้มข้น Universal Prevention นอกจากนี้ สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ก็ได้ประกาศรายชื่อโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร จำนวน 63 แห่งแรก ที่ได้รับอนุญาตให้เปิดการเรียนการสอนได้ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ไปก่อนหน้านี้แล้วเช่นกันซึ่งส่วนใหญ่เป็นโรงเรียนนานาชาติ 

นายธนกร กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของความก้าวหน้าการฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเยาวชน นักเรียน นักศึกษา มีผู้ที่แสดงความประสงค์ฉีดวัคซีนผ่านคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดทั่วประเทศแล้วกว่า 3.8 ล้านราย มีการฉีดวัคซีนให้กับเด็กนักเรียนอายุ 12 ขึ้นไป (นักเรียนชั้น ป.6/ม.1/นักศึกษา ปวช. 1-3/ปวส. 1-2) สะสมแล้วจำนวน 2.6 ล้านราย คิดเป็น 68.26% ของผู้ประสงค์ฉีด (ข้อมูล ณ วันที่ 28 ต.ค.64) โดยภาพรวมวัคซีนไฟเซอร์เป็นไปตามแผน ส่งมอบแล้วจำนวน 8 ล้านโดส มีการเตรียมจัดสรรวัคซีนให้กลุ่มนี้จำนวน 5.7 ล้านโดส ซึ่งทุกหน่วยงานเร่งรณรงค์ทำความเข้าใจให้นักเรียนเข้ารับการฉีดวัคซีนมากที่สุด เพื่อความปลอดภัยของนักเรียนและผู้ปกครองเอง

“นายกรัฐมนตรี ได้กำชับการฉีดวัคซีนสำหรับเด็กนักเรียน ครู รวมไปถึงบุคลากรภายในโรงเรียนทุกระดับ เพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้กับนักเรียน โดยคาดหวังให้โรงเรียนกลับมาเปิดเรียน On Site ให้มากที่สุด ยึดมาตรฐานความปลอดภัยของนักเรียนอย่างเข้มข้น ซึ่งแนวทางต่างๆ ที่กำหนดออกมาเชื่อเป็นตัวอย่างให้นานาชาติถือปฏิบัติได้” นายธนกร กล่าว