ดัชนีดาวโจนส์ดีดขึ้นต่อกว่า 270 จุด ตัวเลขเศรษฐกิจแข็งแกร่งหนุน 



  • ดัชนีได้แรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง
  • นักลงทุนกลับมาซื้อหุ้น หลังการว่างงานลด-ยอดค้่าปลีกปรับตัวดีขึ้น
  • ตลาดจับตาผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน ไตรมาสแรกที่จะทยอยประกาศออกมา

เมื่อเวลา 22.10 น.ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวที่ระดับ 34,007.78 จุด เพิ่มขึ้น 276.89 จุดหรือ+0.82% ดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิส เคลื่อนไหวที่ 14,028.80 จุด เพิ่มขึ้น 170.96 จุด หรือ +1.23%ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ยังคงทำสถิติใหม่อยู่ที่ระดับ 4,165.38 จุด เพิ่มขึ้น 40.72 จุด หรือ +0.99%

ตลาดหุ้นสหรัฐได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งต่อเนื่อง ทั้งในภาคแรงงาน ค้าปลีก และภาคการผลิต โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกลดลงสู่ระดับ 576,000 รายในรอบสัปดาห์ซึ่งสิ้นสุด ณ วันที่ 10 เม.ย. โดยเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค. 2563 และต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 710,000 ราย

ด้านกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า ยอดค้าปลีกพุ่งขึ้น 9.8% ในเดือนมี.ค. หลังจากที่ลดลง 2.7% ในเดือนก.พ. ส่วนยอดค้าปลีกพื้นฐาน ซึ่งไม่รวมยอดขายรถยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้าง และอาหาร เพิ่มขึ้น 6.9% ในเดือนมี.ค. หลังจากที่ร่วงลง 3.4% ในเดือนก.พ.

ขณะเดียวกัน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 26.3 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 17.4 ในเดือนมี.ค. โดยตัวเลขเดือนเม.ย. ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค. 2560 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 20

ส่วนธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย รายงานว่า ดัชนีภาคการผลิตเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 50.2 ในเดือนเม.ย. จากระดับ 44.5 ในเดือนมี.ค. โดยตัวเลขเดือนเม.ย. ถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนเม.ย. 2516 หรือเกือบ 50 ปี และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 42

นักลงทุนยังคงติดตามผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ไตรมาสแรก ที่กำลังทยอยออกมาหลังการประกาศผลประกอบการในภาคธนาคารปรับตัวดีขึ้นกว่าที่คาด