

ปีนี้ เป็นปีทองของชาวนา เพราะขณะนี้ข้าวเปลือกเจ้าเกี่ยวสดอยู่ที่ตันละ 12,000 บาท ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน
- คาดผลผลิตข้าวเปลือกปี 66 ส่อเสียหาย 2 ล้านตัน
- ดันราคาข้าวเจ้าสูงสุดเป็นประวัติการณ์ 1.2 หมื่นบาท
- ส่วนข้าวถุงราคายังปกติ-ยันไทยยังไม่ต้องห้ามส่งออก
นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยภายหลังการประชุมติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง ร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการคลัง กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ทูตพาณิชย์ไทยในต่างประเทศ และภาคเอกชน ว่า ที่ประชุมได้เห็นชอบจัดตั้งวอร์รูม ติดตามผลกระทบจากภัยแล้งและเอลนีโญจากทั่วโลก ที่จะมีต่อผลผลิต ราคา และการตลาดของข้าว รวมถึงสินค้าเกษตรอื่นของไทยอย่างใกล้ชิด โดยมีปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธาน นอกจากนี้ ยังให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลก ติดตามสถานการณ์ภัยแล้ง การผลิต ราคา พืชเกษตรทุกตัว โดยให้รายงานผลให้กระทรวงพาณิชย์ทราบทุก 1-2 สัปดาห์
ทั้งนี้ จากการประเมิน พบว่า ช่วงเดือนพ.ค.-ก.ค.66 สถานการณ์เอลนีโญของไทยอยู่ทีระดับ 0.8 เทียบกับปี 59 ที่ไทยเกิดภัยแล้งรุนแรง ซึ่งอยู่ที่ระดับ 1.2 ส่วนปริมาณน้ำฝนปีนี้คาดจะลดลง 5% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ย 30 ปี และน้ำในเขื่อนจะน้อยกว่าปี 65 ประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะกระทบต่อการเกษตรในเขตชลประทาน
“การตั้งวอร์รูมนี้ เพื่อเข้ามาดูแลสถานการณ์ข้าวและสินค้าเกษตรอื่นๆ เพื่อหาจุดสมดุล เพราะในขณะที่ราคาข้าวเปลือกสูงขึ้น เกษตรกรได้ประโยชน์มากขึ้น จะทำให้ราคาข้าวสารเพิ่มขึ้นด้วย แต่ถ้าแพงเกินไป ผู้บริโภคจะเดือดร้อน ก็ต้องกำกับให้อยู่ในจุดสมดุล ต้องทำให้ทุกฝ่ายอยู่ร่วมกันได้ และยืนยันว่า ไทยยังมีข้าวเพียงพอ ยังไม่จำเป็นต้องห้ามส่งออก ”
ส่วนผลกระทบจากกรณีที่อินเดียห้ามส่งออกข้าวขาว ตั้งแต่วันที่ 20 ก.ค.66 นั้น ส่งผลให้ราคาข้าวในตลาดโลกสูงขึ้น และเกิดความผันผวน แต่ยังมีผลดี ที่อาจทำให้ไทยขายข้าวได้มากและราคาดีกว่าเดิม แต่ผลเสียจะกระทบต่อราคาอาหารคน และอาหารสัตว์ โดยราคาข้าวเปลือกล่าสุด ณ วันที่ 4 ส.ค.66 เพิ่มขึ้นทุกตัว ทั้งข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 14,500-16,000 บาท ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี ตันละ 12,000-13,000 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 11,000-12,000 บาท สูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 13,500-14,700 บาท แต่ราคาข้าวสารบรรจุถุงยังปกติ โดยข้าวหอมมะลิ ถุง 5 กิโลกรัม (กก.) เฉลี่ยปี 65 ถุงละ 209 บาท ขณะนี้ ถุงละ 210 บาท ข้าวขาว 5 กก. ปี 65 ถุงละ 119 บาท ปีนี้ 118 บาท ซึ่งกรมการค้าภายใน จะดูแลอย่างใกล้ชิด

สำหรับคาดการณ์ผลผลิตข้าวเปลือก กรมการข้าวคาดว่า ปี 66 ลดลงประมาณ 2 ล้านตันข้าเปลือก เพราะความเสียหายจากภัยแล้ง หรือลดลง 5.6% เหลือ 32.35 ล้านตัน จากปี 65 ที่มี 34.3 ล้านตัน ซึ่งยังไม่นับรวมผลผลิตที่อาจหายไปอีก 3-4 ล้านตันข้าวเปลือก หากน้ำนอกเขตชลประทานไม่เพียงพอเพราะปลูกข้าวนาปรัง จนทางการต้องขอความร่วมมือชาวนาลดการปลูก หรือสั่งห้ามปลูก อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูปริมาณน้ำฝนจนกว่าจะสิ้นฤดูฝนวันที่ 1 พ.ย.นี้ว่า ยังมีน้ำเข้ามาเติมในเขื่อนหรือไม่ และมีมากน้อยเพียงใด
ด้านนายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า วอร์รูมที่ตั้งขึ้นมาจะดูภาพรวมผลกระทบทั้งหมด ซึ่งเราตระหนักถึงปัญหาภัยแล้ง แต่ขออย่าให้ตระหนกจนเกินไป ขณะนี้ต้องติดตามสถานการณ์ รวมถึงความเคลื่อนไหวของอินเดีย ที่เป็นตัวแปร ที่มีผลต่อข้าวตลาดโลกด้วย
ส่วน ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย กล่าวว่า ปีนี้ เป็นปีทองของชาวนา เพราะขณะนี้ข้าวเปลือกเจ้าเกี่ยวสดอยู่ที่ตันละ 12,000 บาท ซึ่งไม่เคยปรากฏมาก่อน ส่วนราคาข้าวตลาดโลก เฉพาะข้าวขาว ขึ้นมาเป็นตันละ 100 เหรียญฯแล้ว หรือเพิ่มขึ้น 20-30% นับตั้งแต่อินเดียห้ามส่งออก แต่ก็ยังไม่แน่นอน เพราะไม่รู้ว่าอินเดียจะห้ามนานหรือไม่ เพราะขณะนี้ แม้ห้ามส่งออกแล้ว แต่ก็ยังเปิดช่องให้หลายประเทศติดต่อขอซื้อได้ เพื่อความมั่นคงด้านอาหาร ส่วนการส่งออกข้าวไทย ล่าสุด 7 เดือนส่งออกได้แล้ว 4.8 ล้านตัน โดยแต่ละเดือนเฉลี่ยส่งออกได้ 700,000-800,000 ตัน และคาดว่า ช่วง 5 เดือนที่เหลือส่งออกน่าจะส่งออกได้ระดับเดียวกัน ซึ่งจะเกิน 8 ล้านตันแน่นอน และคาดว่า จะนำรายได้เข้าประเทศเพิ่มขึ้นจากเดิมไม่ต่ำกว่า 20-30% จากราคาข้าวโลกที่กำลังเพิ่มขึ้น จากกรณีอินเดียห้ามส่งออกข้าวขาว และภัยแล้งที่ทำให้ผลผลิตข้าวโลกมีแนวโน้มลดลง