
- พบของบไปจัดซื้อรถประจำตำแหน่งเอกอัครราชทูตใหม่
- ขอ 9 ล้านบาท ซ่อมสนามเทนนิสบ้านทูต ณ กรุงมาดริด
- ยกตัวอย่างสถานทูตบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ซื้อชุดโซฟารับแขก 3 ชุด มูลค่า 1.5 ลบ.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 19 ส.ค. 2564 เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ประชุมพิจารณา มาตรา10 งบประมาณของกระทรวงต่างประเทศ 3,744,942,300 บาท นายจิรัฎฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ได้ขอตัดงบประมาณกระทรวงการต่างประเทศ10% โดยระบุว่า ยังพบการจัดซื้อสิ่งของที่ไม่จำเป็นอยู่เป็นจำนวนมาก อาทิเช่น การเสนอซื้อรถประจำตำแหน่งเอกอัครราชทูตใหม่ 12 คัน ทั้งที่เพิ่งใช้งานผ่านไปเพียง 5-6 ปีเท่านั้น โดยอ้างว่า ซ่อมแพงกว่า ซึ่งทางคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตัดไป 2 คัน งบขอปรับปรุงก่อสร้างสนามเทนนิสที่บ้านทูต ณ กรุงมาดริด ประเทศสเปน ของบประมาณมา 9 ล้าน ตัดเหลือ 7 ล้าน
นอกจากนี้ ยังมีรายการขอจัดซื้ออื่นๆ ทั้งเก้าอี้ที่มีระบบนวดในตัว อุปกรณ์ฟิตเนส เครื่องใช้ไฟฟ้า โทรทัศน์ 4K ขนาด60 นิ้วขึ้นไป โซฟารับแขก ราคาไม่ต่ำกว่า 70,000-80,000 บาท เครื่องคั้นน้ำผลไม้ เครื่องฟอกอากาศ ตู้แช่ไวน์ ตู้ไม้คลาสสิคสำหรับเก็บเอกสารราคาเกือบแสน ซึ่งในส่วนนี้ตนเห็นว่า รายการจัดซื้อเหล่านี้ไม่มีความจำเป็นเร่งด่วนแต่อย่างใด
“ไม่เข้าใจว่า ทูตก็คือข้าราชการคนหนึ่ง ทำไมต้องเหนือกว่าข้าราชการคนอื่นด้วย การของบประมาณเช่นนี้ คือการของบแบบไม่เห็นหัวประชาชน” นายจิรัฎฐ์ กล่าว
ขณะที่ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อ กมธ.สัดส่วนพรรคก้าวไกล ได้อภิปรายว่า ขอตัดลดงบกระทรวงต่างประเทศลง 120 กว่าล้านบาท เพราะใช้งบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์และปรับปรุงสถานทูตอย่างมหาศาล แต่มีปัญหาเรื่องการให้บริการประชาชนช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 ที่มีคนไทยตกค้างในต่างประเทศจำนวนมาก แต่มีปัญหาการติดต่อช่วยเหลือคนไทยไม่ให้เดินทางกลับประเทศไทยได้ทันท่วงที โดยการติดต่อเป็นไปด้วยความยากลำบาก ไม่ปรับปรุงการให้บริการ ปรับปรุงเพียงแค่ภาพลักษณ์ภายนอกองค์กร เช่น สถานทูตกรุงแฟรงค์เฟิร์ต สั่งซื้อผ้าม่าน 2 ชุด มูลค่า 736,000 บาท ใช้มา 5 ปี ขณะที่สถานทูตบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี ซื้อชุดโซฟารับแขก 3 ชุด มูลค่า 1.5 ล้านบาท

โดยเมื่อเทียบกับผลการรีวิวการทำงานของสถานทูตเหล่านี้ในต่างประเทศ พบว่า ผลการรีวิวแย่มาก เช่น สถานทูตกรุงแฟรงค์เฟิร์ต ถูกคอมเมนต์ในเพจของสถานทูตว่า โทร.ไป 20 ครั้ง ไม่มีคนรับสาย ทำงานแต่เฉพาะตอนบ่าย ส่วนสถานทูตกรุงบูดาเปตส์ถูกรีวิวว่า เป็นสถานทูตแย่ที่สุดในโลก ไม่รู้กฎหมายและสิทธิของชาวฮังการี แต่ยังได้รับรางวัลเป็นชุดโซฟา 1.5 ล้านบาท คิดว่าย้อนแย้งกัน ควรเพิ่มตัวชี้วัดกระทรวงต่างประเทศเรื่องผลการพึงพอใจการใช้บริการของสถานทูตต่างๆด้วย
นอกจากนี้ นายวิเชียร ชวลิต ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองประธาน กมธ. ยังชี้แจงต่อว่า การปรับลดของกระทรวงการต่างประเทศตามความเห็นของ กมธ. เสียงข้างมากนั้นเป็นไปอย่างเหมาะสม
จากนั้นเมื่อเวลา 11.30 น. ที่ประชุมได้ลงมติเห็นชอบ งบประมาณกระทรวงการต่างประเทศ ตามที่ กมธ.แก้ไข ด้วยคะแนน 244 ต่อ 98 งดออกเสียง 2 ไม่ลงคะแนน 2 เสียง










