
- ดัชนีเชื่อมั่นนักธุรกิจต่างชาติไตรมาส 3/64 ขึ้นยกแผง
- ย้ำเศรษฐกิจไทยผ่านสุดต่ำสุดในเดือนส.ค.มาแล้ว
- จากนี้ทยอยฟื้นตัว-นักลงทุนลั่นไม่ย้ายฐานไปไหนแน่
นายธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดี และประธานที่ปรึกษา ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยเปิดเผยถึงผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักธุรกิจต่างประเทศ ไตรมาส 3/64 ที่สำรวจกลุ่มตัวอย่างหอการค้าต่างประเทศในไทย 29 ประเทศ จากทั้งสิ้น 41 ประเทศ รวม 66 ราย ระหว่างเดือนส.ค.-ต.ค.64 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกรายการ และดีที่สุดในรอบปีนี้ โดยดัชนีความเชื่อมั่นมั่นไตรมาส 3/64 อยู่ที่ 41.7 เพิ่มจาก 27.7 ในไตรมาส 2/64 , ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคต อยู่ที่ 53.1 เพิ่มขึ้น 32.5 และดัชนีความเชื่อมั่นปัจจุบัน อยู่ที่ 30.2 เพิ่มจาก 22.8
“ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจต่างประเทศ เริ่มกลับมาจากการคลายล็อกดาวน์เมื่อเดือนก.ย.64 และทยอยเปิดประเทศกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ กลับมา ทำให้ต่างชาติเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจไทยผ่านพ้นจุดต่ำสุดที่อยู่ในเดือนส.ค.64 แล้วและจะทยอยดีขึ้น โดยใน 3-6 เดือนข้างหน้า มั่นใจว่า การเปิดประเทศตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ จะทำให้โอกาสทางเศรษฐกิจกลับมาสมบูรณ์ที่สุด เพราะเปิดเศรษฐกิจได้แบบครบวงจร” นายธนวรรธน์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ยังมีปัญหาสำหรับภาคธุรกิจ เช่น ความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจจากต้นทุนต่างๆ สูงขึ้น เช่น ค่าขนส่งค่าเงินบาทที่ผันผวน ภาระทางภาษี ขาดแคลนแรงงาน, ธุรกิจขาดสภาพคล่อง และไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน, คู่ค้าส่วนใหญ่ปิดกิจการชั่วคราวและถาวร ทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก, ผลกระทบจากมาตรการคุมเข้มโควิด-19 เช่น ข้อจำกัดในการเดินทาง, การระบาดที่ยังคุมไม่ได้, ตลาดซบเซา คำสั่งซื้อลดลง เป็นต้น
ดังนั้น จึงต้องการให้รัฐบาลเร่งแก้ไข โดยเฉพาะมีแผนควบคุมโควิดที่ชัดเจน, ให้เงินอุดหนุน ค่าจ้าง ค่าเช่าแก่ภาคธุรกิจ โดยเฉพาะรายกลางและเล็ก, แก้ไขกฎระเบียบที่ซับซ้อนในการเข้ามาลงทุนของต่างชาติ, จัดหาและเร่งฉีดวัคซีน, กำหนดมาตรการฟื้นฟูและกระตุ้นเศรษฐกิจ, สร้างการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เป็นต้น
ด้านนายเกษมสิทธิ์ ปฐมศักดิ์ กรรมการรองเลขาธิการ สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในช่วงโควิดระบาดธุรกิจต่างชาติในไทยจำนวนหนึ่งได้รับผลกระทบ และปิดธุรกิจแบบถาวรไปแล้ว โดยเฉพาะรายกลางและเล็ก แต่การคลายล็อก และการฉีดวัคซีนให้ประชาชนจำนวนมาก ทำให้สถานการณ์ต่างๆ ดีขึ้น ธุรกิจเริ่มกลับมา ถ้าฉีดวัคซีนได้ครบตามเป้าหมาย 70% ในสิ้นปีนี้ ธุรกิจจะกลับมาเป็นปกติได้ โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ที่ห่วงโซ่ยาว มีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมาก ประกอบกับ ภาคการส่งออกที่ขยายตัวได้ดี จะช่วยกระตุ้นภาคการผลิตให้กลับมาผลิตเพิ่ม และจ้างงานเพิ่มขึ้น
ขณะที่นายสแตนลีย์ คัง ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย กล่าวว่า ขณะนี้ ถึงเวลาที่เศรษฐกิจไทยเริ่มฟื้นแล้ว จากผลของมาตรการต่างๆ ที่รัฐบาลได้ดำเนินการ รวมถึงการเปิดประเทศ และเร่งฉีดวัคซีน ล่าสุด ชาวต่างชาติในไทยได้ฉีดวัคซีนแล้ว 80-90% ซึ่งช่วยให้มีความมั่นใจมากขึ้น และยังมองว่า ไทยยังเป็นฐานการลงทุนที่แข็งแกร่ง มีต่างชาติต้องการเข้ามาลงทุนมากกว่าย้ายฐานออก










