
- เหตุบรรดานายจ้างเอาจริงบังคับพนักงาน-ข้าราชการต้องฉีด
- หลัง “ไบเดน” ประกาศนโยบายให้เจ้าหน้าที่รัฐ-ลูกจ้างเอกชนฉีด
- ขณะที่ “โบอิ้ง” ขีดเส้นตายพนักงานทุกคนต้องฉีดภายใน 8 ธ.ค.นี้
เจฟฟ์ เซียนท์ส ผู้ประสานงานด้านการรับมือกับโรคโควิด-19 ของทำเนียบขาว เผยล่าสุด ชาวอเมริกัน 77% ได้รับวัคซีนแล้วอย่างน้อย 1 โดส และทั้งประเทศ มีอัตราการฉีดเพิ่มขึ้นกว่า 20% หลังหลายหน่วยงาน ออกข้อบังคับการฉีดวัคซีน ส่งผลให้จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากไวรัสลดลง
ทั้งนี้ อัตราการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น หลังจากธุรกิจเอกชน ระบบการดูแลสุขภาพ สถาบันทางสังคม ตลอดจนรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่น เริ่มออกข้อบังคับให้พนักงาน ข้าราชการทุกคนต้องฉีดวัคซีน หรือถ้าไม่ฉีด ต้องตรวจหาเชื้อทุกสัปดาห์ ตามที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้ประกาศนโยบายเมื่อเดือนก.ย.ที่ผ่านมา กำหนดให้บุคลากรทางการแพทย์และเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลาง ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 และผลักดันให้บรรดาบริษัทรายใหญ่ออกข้อกำหนดให้พนักงานฉีดวัคซีนหรือตรวจหาเชื้อโควิดทุกสัปดาห์
ขณะเดียวกัน บริษัทโบอิ้ง ผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ได้ออกข้อกำหนดให้พนักงานในสหรัฐฯ ซึ่งมีจำนวน 125,000 คน ต้องฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ภายในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ เพื่อให้เป็นไปตามคำสั่งของประธานาธิบดี
“โบอิ้งออกข้อกำหนดให้พนักงานในสหรัฐฯต้องแสดงหลักฐานการฉีดวัคซีนภายในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ มิฉะนั้นต้องแสดงเหตุผลอันควรแก่การผ่อนปรน เช่น เหตุผลด้านทุพพลภาพ หรือความเชื่อทางศาสนา” โบอิ้งกล่าว
ส่วนสหภาพพนักงานวิศวกรรมด้านการบินและอวกาศ (SPEEA) เปิดเผยว่า “สหภาพฯ กำลังพูดคุยกับนายจ้างเพื่อให้แน่ใจว่านายจ้างจะบังคับใช้ข้อกำหนดดังกล่าว โดยพิจารณาถึงข้อกังวลของสมาชิกตามความเหมาะสม เช่นปัญหาด้านสุขภาพ และเป็นไปตามข้อกำหนดในสัญญาของเราที่ได้เจรจากัน”
ขณะที่สายการบินรายใหญ่ของสหรัฐฯ หลายราย เช่น อเมริกัน แอร์ไลน์, เซาธ์เวสต์ แอร์ไลน์, เจ็ทบลู แอร์เวย์ และอลาสก้า แอร์ไลน์ รวมทั้งสปิริต แอโรซิสเต็มส์ ผู้ผลิตชิ้นส่วนเครื่องบิน ยืนยันว่า จะปฏิบัติตามเส้นตายที่กำหนดไว้สำหรับผู้รับเหมาของรัฐบาลกลาง
เครดิตภาพ : BBC NEWS










