การบินไทย เร่งเปิดเส้นทางบิน รับอุตสาหกรรมการบินโตก้าวกระโดด



อุตสาหกรรมการบินกลับมาโต การบินไทยเร่งสปีดปรับกลยุทธ์ นำฝูงบินเช่าใหม่-เร่งควบรวม “ไทยสมายล์” เร่งโอน เครื่องบิน

  • เปิดเส้นทางบินมาบุกตลาด CLMV -ในประเทศเอง
  • ลุยเดินหน้าเปิดเส้นทางบินใหม่ทั่วไทย ทั่วโลก
  • เริ่มแล้ว ส.ค.66เน้นๆเส้นทาง ยุโรป เอเชีย ออสเตรเลีย อินโดจีน

นายกรกฎ ชาตะสิงห์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากที่สถานการณ์ธุรกิจการบินเติบโตอย่างต่อเนื่องนั้น พบว่าปริมาณนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าไทยและจองตั๋วโดยสารผ่านการบินไทยตั้งแต่ครึ่งปีหลัง 2566 ส่วนมากเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางที่เดินทางมาจากสหภาพยุโรป มาลงกรุงเทพฯ และบินต่อไปยังจังหวัดอื่น ๆ อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการบินไทยจึงได้เตรียมความพร้อมเพิ่มรองรับฤดูเดินทาง (high season) ในช่วงปลายปี 2566 เพื่อผลักดันตลาดการขายตั๋วโดยสารเติบโตต่อไป ด้วยการเปิดเส้นทางบินที่เคยทำการบินให้กลับมา และเร่งเพิ่มนำเครื่องบินเข้ามาประจำฝูงบินโดยเฉพาะการเช่าเครื่องบินใหม่ และนำเครื่องบินของไทยสมายล์เข้ามาประจำฝูงบิน เพื่อเพิ่มศักยภาพ

“การวางแผนตลาดการขายของการบินไทย ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2566 อุตสาหกรรมการบินจะได้แรงบวกจาก “ยุโรป” ซึ่งมีส่วนแบ่งรายได้จากการขายตั๋วจากผู้โดยสารตลาดบินระยะไกลข้ามทวีป (longhaul) 37 %  ตามมาด้วย“เอเชีย” พื้นที่ทำรายได้หลัก ได้แก่ เอเชียเหนือ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ มีส่วนแบ่ง 33 % เอเชียใต้ อินเดีย บังกลาเทศ ปากีสถาน มีส่วนแบ่ง 10 % รวมไปถึงอาเซียนหรือทางตอนใต้ของไทย มาเลเซีย สิงคโปร์ 7 % เติบโตอย่างต่อเนื่อง ตามแผนจะรุกขยายเที่ยวสู่โอเชเนีย ประเทศออสเตรเลีย เตรียมเปิดบินทุกเมืองด้วยความถี่เที่ยวบินวันละ 1 เที่ยว/เมือง” 

อย่างไรก็ตาม ในไตรมาส 3  ปี 2566 การบินไทยจึงได้วางกลยุทธ์ที่จะเพิ่มความถี่และทำโปรโมชั่นร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รวมถึงพันธมิตรบัตรเครดิต ในญี่ปุ่น เกาหลี และเมื่อกลับมาสู่ช่วงโลว์ซีซันการบินไทยจะเร่งโปรโมทชงนคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศซึ่งเส้นทางที่คนไทยนิยมไป ประกอบด้วย ญี่ปุ่น เกาหลี จากนั้นช่วงปลายปีนี้เป็นต้นไป ก็จะวางแผน  ขายตั๋วโดยสารบินล่วงหน้า ในเส้นทางบิน ยุโรป ออสเตรเลีย เพราะหลังปรับโครงสร้างใหม่เป็นหนึ่งเดียวกันรวมการบินไทย กับ ไทยสมายล์ เข้าด้วยกันแล้ว ก็ทำให้การขายตั๋วเส้นทางบินเชื่อมต่อภายในประเทศ กับจุดหมายปลายทางประเทศแถบอินโดจีน และอาเซียน ทำให้ยอดการจองตั๋วของการบินไทยเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้นแน่นอน 

นอกจากนั้น การบินไทยจะเน้นกลยุทธ์เพิ่มเส้นทางบินใหม่ให้มากขึ้น โดยเฉพาะเส้นทางบินไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งขณะนี้ก็ประเมินสถานกาณ์ตลอดเวลา หากเมืองไหนมีความพร้อมก็จะทำการบินเข้าทันที แต่จนถึงขณะนี้การเติบโตยังไม่ได้เป็นตามเป้าหมายการบินไทยจึงทำการบิน ได้ประมาณ 40-50 % ไปยังเมืองใหญ่ ปักกิ่ง กวางโจว วันละ 1 เที่ยว/เมือง   แต่จะยังไม่บินเพิ่มเป็น วันละ 2 เที่ยว/เมือง Double Daily เพราะจะต้องรอดูสถานการณ์ปี 2567 อีกครั้ง ขณะที่เส้นทางบินสู่ ญี่ปุ่น  การบินไทยเพิ่งจะเพิ่มเที่ยวบินตรงสู่ฮอกไกโด เช่นเดียวกับ เกาหลีใต้ และ ไต้หวัน ก็จะเปิดบินในลักษณะเดียวกัน

นายกรกฎ  กล่าวต่อว่า ตั้งแต่กลางปี 2567 เป็นต้นไป การบินไทยจะเพิ่มเที่ยวบินทำการบินสู่ตลาดยุโรป อย่างต่อเนื่อง เช่น มิลาน (อิตาลี) ออสโล (นอร์เวย์) โดยวางแผนนำเครื่องบินซึ่งเดิมวางแผนจะใช้ในตลาดจีนเปลี่ยนมาบินในเส้นทางยุโรปแทน ขณะเดียวกันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาหลังจากที่การบินไทยลงนามความร่วมมือกับเตอร์กีสแอร์ไลน์สแล้วพบว่า สามารถที่จะเชื่อมโยงการขายตั๋วเมืองต่าง ๆ ระหว่าง ตลาดยุโรป ออสเตรเลีย และทั่วโลก เข้าออกเมืองไทยเพิ่มมากขึ้นได้ด้วย

นายกรกฎ กล่าวต่อว่า ตามแผนการบินไทยได้เช่าดำเนินการเครื่องบิน 3 แบบ ได้แก่ แอร์บัส A350 จำนวน 11 ลำ A321-Neo จำนวน 12 ลำ ซึ่งตามแผนจะรับเข้าฝูงบินครบในปี 2569 รวมถึงการรับเครื่องบิน โบอิ้ง B787-9 อีก 1 ลำ ซึ่งจะทำให้การบินไทยมีปริมาณการผลิตที่นั่งเพิ่มขึ้น 30 % ผนวกเข้ากับการนำเครื่องบินของไทยสมายล์ แอร์บัส A320 ซึ่งกำลังจะครบสัญญาเช่าจากการบินไทยมาใช้งานอีก 10 ลำ

ส่วนความคืบหน้าในแผนควบรวมสายการบินไทยสมายล์ โอนมารวมเป็นหนึ่งเดียวกับการบินไทยนั้น ขณะนี้ได้โอนฝูงบินมาแล้ว 4 ลำ ยังเหลืออีก 16 ลำ ซึ่งนอกจากการโอนเครื่องบินแล้ว ยังโอน  ลูกเรือ มายังการบินไทยด้วยขณะเดียวกันตามแผนจะทยอยโอนจุดบินไทยสมายล์ มายังการบินไทยด้วย โดยระยะแรกจะเน้นเส้นทางบินในกลุ่มประเทศ CLMV เช่น ร่างกุ้ง เมียนมา กัมพูชา สสป.ลาว โดยการบินไทยจะบินเองวันละ 2 เที่ยว/เมือง  เพื่อรองรับผู้โดยสารตลาดยุโรปที่ต้องการจะบินต่อไปยังจุดหมายปลายทาง จากนั้นจะเข้าไปบินในเส้นทางบินในประเทศทั้งหมดช่วงปลายปี 2566 อีก 10 เส้นทาง