กกร. ร่อนหนังสือขอพบ “บิ๊กตู่” สัปดาห์นี้ เสนอมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว-เศรษฐกิจเพิ่ม



  • แนะอัดเงินคนละครึ่งเป็น 6,000 บาท ฟื้นช้อปดีมีคืน มองจีดีพีปีนี้ไม่ติดลบ
  • พร้อมเล็งดันไทยร่วมซีพีทีพีพี ก่อนตกขบวน หลังหลายประเทศแห่เข้าร่วม

นายสนั่น อังอุบลกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทย และสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ในฐานะทำหน้าที่ประธานที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า กกร.อยู่ระหว่างรวบรวมประเด็นข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับมาตรการการเงิน การคลัง และภาษีเพื่อส่งหนังสือที่จะขอเข้าพบนายกรัฐมนตรีเสนอแนวทางขับเคลื่อนเศรษฐกิจภายในสัปดาห์นี้  เบื้องต้นเห็นว่า รัฐบาลควรมีมาตรการเสริม ทั้งช้อปดีมีคืนที่ควรต้องเร่งดำเนินการภายในเดือนพ.ย. 64 – ม.ค.65 และต้องการให้เติมเงินคนละครึ่งเป็น 6,000 บาท เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนดีขึ้น รวมทั้งแผนเปิดประเทศต้องให้ชัดเจน เพื่อที่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่จะเข้ามาวางแผนได้ล่วงหน้า

นอกจากนี้ได้ปรับประมาณการการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ หรือจีดีพี ปี  64 ดีขึ้นจากเดือนก.ย. 64 คาดการณ์ไว้จีดีพีจะอยู่ในกรอบ ติดลบ 0.5  ถึง 1% เป็น 0.0 – 1 % ส่งออกยังคงเดิมที่ 12-14% และเงินเฟ้อทั่วไปคงกรอบเดิมที่ 1-1.2% เนื่องจากมีปัจจัยบวกเพิ่มขึ้น เช่น จากสถานการณ์ติดเชื้อโควิด-19 ที่ลดลงจากแผนกระจายการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น และ รัฐเริ่มผ่อนคลายกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจทยอยเปิดดำเนินการได้อย่างค่อยเป็นค่อยไป และต้องจับตามองมาตรการผ่อนคลายที่จะออกมากลางเดือน ต.ค.ถึงต้นเดือน พ.ย. ต่อไป ขณะเดียวกันรัฐได้มีมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจปลายปีทั้งโครงการคนละครึ่งเฟส 3 โครงการเที่ยวด้วยกันเฟส 3 เห็นว่ารัฐบาลควรจะต้องมีมาตรการเสริมอื่นๆเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อสร้างความเชื่อมั่นในปีนี้และระยะต่อไปโดยเฉพาะการท่องเที่ยวจากต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามปัจจัยลบที่ต้องติดตามได้แก่ กรณีน้ำท่วมที่เบื้องต้นคาดว่าจะมีผลกระทบจีดีพี 0.1% หรือคิดเป็นมูลค่าประมาณ 15,000 ล้านบาท และยังมีบางพื้นที่ต้องเฝ้าระวัง และปัญหาราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นต่อเนื่องแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปี กระทบต้นทุนการผลิต การขนส่ง และประกอบกับค่าเงินบาทที่อ่อนทำให้ราคาจะยิ่งได้รับแรงกดดันแม้ว่าล่าสุดรัฐได้มีการดูแลไม่ให้เกิน 30 บาทต่อลิตรแต่ก็เป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าขณะที่ราคาน้ำมันดบตลาดโลกยังมีแนวโน้มสูงอีก จึงเป็นความท้าทายเพราะ สินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงจากเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวอุปทานตึงตัวและราคาพลังงานที่สูงจากการเปลี่ยนผ่านไปสู่พลังงานสะอาด  รวมถึงทำให้อัตราเงินเฟ้อผู้บริโภค  ทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นต้น

นอกจากนี้ กกร.ยังยังเตรียมทำหนังสือถึงนายกรัฐมนตรี รมว.กระทรวงการต่างประเทศ และกระทรวงพาณิชย์เพื่อนำเสนอผลการศึกษาเกี่ยวกับความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก หรือซีพีทีพีพี  ของภาคเอกชน รวมถึงจะขอหารือถึงท่าทีของไทยที่จำเป็นในการเร่งรัดการพิจารณา เนื่องจาก ปัจจุบันทางจีน สหราชอาณาจักร และไต้หวัน ได้มีเจตจำนงเข้าร่วมเจรจากับซีพีทีพีพี อย่างชัดเจนแล้ว และหากไทยยังล่าช้าไปกว่านี้ อาจทำให้ต้องเจรจาตามเงื่อนไขของประเทศทั้ง 3 เพิ่มเติม จากเดิมที่จะต้องเจรจากับ 11 ประเทศที่เป็นสมาชิกซีพีทีพีพีในปัจจุบัน และทำให้ไทยเสียโอกาสในการแข่งขันทางการค้ากับประเทศเพื่อนบ้านอย่าง เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์ โดยหาสามารถเข้าพบนายกฯได้ในเร็วๆนี้กกร.ก็จะนำประเด็นนี้เข้าหารือไปพร้อมด้วยทันที    

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า รัฐจำเป็นจะต้องเข้ามาดูแลราคาพลังงานใกล้ชิดเนื่องจากระดับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นแล้วจะนำมาซึ่งระบบสาธารณูปโภคอื่นๆเช่น ค่าไฟ ค่าน้ำ ค่าเดินทางต่างๆ สูงขึ้นได้ ซึ่งรัฐจำเป็นต้องเข้ามาดูแลส่วนนี้