ไม่ให้กระทบเกษตรกร ครม.ฉลุยมาตรการปกป้องพิเศษสินค้ามะพร้าวปี 64



  • เก็บภาษีนำเข้า72%หากนำเข้าเกินโควต้า
  • พร้อมเพิ่มอัตราส่วนบังคับซื้อมะพร้าวภายในประเทศ
  • สร้างสมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตในประเทศ กับความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมแปรรูป

นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 5 ต.ค. 2564 ว่า สืบเนื่องจากปริมาณมะพร้าวไม่เพียงพอต่อความต้องการในอุตสาหกรรมแปรรูปอาหาร จึงจำเป็นต้องมีการนำเข้ามะพร้าวภายใต้มาตรการปกป้องพิเศษ เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถนำเข้ามะพร้าวได้อย่างต่อเนื่อง มีวัตถุดิบป้อนโรงงานเพียงพอ และที่สำคัญไม่ส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวภายในประเทศ  วันนี้ครม.จึงมีมติเห็นชอบมาตรการปกป้องพิเศษ (Special Safeguard Measure: SSG) ภายใต้ความตกลงการเกษตรของWTO และความตกลง FTA สำหรับการนำเข้าสินค้ามะพร้าว ปี 2564 ตามมติคณะกรรมการพืชน้ำมันและน้ำมันพืชเพื่อป้องกันการนำเข้ามะพร้าวมากเกินไปจนกระทบเกษตรกร 

โดยในปี 2564 ได้กำหนดปริมาณนำเข้ามะพร้าว (Trigger Volume) ห้ามเกิน 311,235 ตัน หากนำเข้ามะพร้าวรวมกันเกินกว่าปริมาณ Trigger Volume ที่กำหนดไว้ ให้กรมศุลกากรจัดเก็บภาษีในอัตราเพิ่มขึ้นเป็น 72% (เท่ากับอัตราปี2563) จากอัตราภาษีปกติ 54% สำหรับการนำเข้ามะพร้าวภายใต้ความตกลง WTO นอกโควตา และอัตรา 0% สำหรับการนำเข้ามะพร้าวภายใต้ความตกลง FTA 

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เห็นชอบการบริหารการนำเข้ามะพร้าวช่วงเดือนกันยายน – ธันวาคม 2564 โดยจัดสรรปริมาณนำเข้ามะพร้าวให้ผู้ประกอบการ 15 ราย ปริมาณรวม 78,477 ตัน เป็นการเข้าในอัตรา 1 : 2.5 คือ นำเข้า 1 ส่วนต่อการรับซื้อมะพร้าวในประเทศ 2.5 ส่วน ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มจากอัตราส่วนก่อนหน้า 1 : 2 เพื่อเป็นการส่งเสริมการใช้มะพร้าวในประเทศเพิ่มขึ้น

“การใช้มาตรการปกป้องพิเศษ (SSG) สำหรับสินค้ามะพร้าวนี้ จะเป็นการสร้างสมดุลระหว่างปริมาณผลผลิตในประเทศและความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมมะพร้าวแปรรูป เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบทางด้านราคาต่อเกษตรกร และเป็นการบริหารจัดการวัตถุดิบในอุตสาหกรรมแปรรูปให้มีเพียงพอและสม่ำเสมอ” นางสาวรัชดา กล่าว