‘ไฟเซอร์’ คาดวัคซีนจะเพียงพอใช้ทั่วโลกในปีหน้า ชี้สาเหตุประเทศยากจนและรายได้ปานกลางไม่สั่งซื้อทั้งที่พยายามติดต่อสื่อสารทุกช่องทาง

ซีอีโอไฟเซอร์แจงรายละเอียด ประเทศยากจนและรายได้ปานกลางไม่ยอมสั่งวัคซีนไฟเซอร์ทั้งที่ติดต่อไปทุกช่องทางเพราะวัคซีนมีจำกัด  อาจเป็นเพราะยังไม่ได้ทดสอบหรือไม่มีทางเลือกในการผลิต ขณะที่ประเทศร่ำรวยได้สต็อกวัคซีนมากที่สุด  พร้อมเปิดเผยราคาจำหน่าย 3 ราคา คิดแพงสุดกับประเทศร่ำรวย 2 โดส 39 ดอลลาร์ ประเทศรายได้ปานกลางจ่ายครึ่งราคา ส่วนประเทศยากจนคิดราคาต้นทุน และคาดว่าปริมาณวัคซีนจะเพียงพอสำหรับทุกประเทศในปีหน้า

สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ผู้บริหารของไฟเซอร์ระบุว่า กลุ่มประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลางเลือกที่ไม่สั่งวัคซีนไฟเซอร์ เองหลังจากฝ่ายบริหารของประธานาธิบดี ‘โจ ไบเดน’ ได้ออกมาสนับสนุนการมีการระงับการใช้สิทธิบัตรวัคซีนเพื่อสนับสนุนให้ทั่วโลกเข้าถึงวัคซีนต้านไวรัสได้อย่างรวดเร็ว

“อัลเบิร์ต บูร์ลา” ซีอีโอ ไฟเซอร์ ผู้ผลิตวัคซีนจากสหรัฐฯ  โพสต์จดหมายออนไลน์หลังจาก เรากำลังติดตามข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการแพร่ระบาดและการตอบสนองทั่วโลก “เราติดต่อกับทุกประเทศเพื่อขอให้พวกเขาสั่งซื้อเพื่อที่เราจะได้จัดสรรจำนวนวัคซันให้กับพวกเขา” บูร์ลากล่าวในจดหมายที่ส่งถึงพนักงานของไฟเซอร์ “ในความเป็นจริงแล้วประเทศร่ำรวยได้สำรองวัคซีนจำนวนมามาก ผมรู้สึกกังวลเป็นการส่วนตัวกับเรื่องนี้และได้ติดต่อไปยังประเทศที่มีรายได้ปานกลางและรายได้ต่ำหลายประเทศทางจดหมาย โทรศัพท์และแม้แต่ส่งข้อความเพื่อกระตุ้นให้พวกเขาสำรองวัคซีนเนื่องจากซัพพลายมีจำกัด” เขากล่าว

ประเทศที่มีรายได้ต่ำและปานกลางส่วนใหญ่พวกเขาติดต่อและตัดสินใจสั่งซื้อกับผู้ผลิตวัคซีนรายอื่น เนื่องจากเทคโนโลยีพื้นฐานวัคซีนของไฟเซอร์ยังไม่ได้รับการทดสอบหรือมีทางเลือกในการผลิตในท้องถิ่น บูร์ลาระบุในจดหมาย 

ก่อนหน้านี้ ‘เธอรีน ไท่’ ผู้แทนการค้าของสหรัฐฯ (ยูเอสทีอาร์) กล่าวว่า สหรัฐฯสนับสนุนให้มีการจัดทำข้อตกลงที่จะยกเว้นทรัพย์สินทางปัญญา สำหรับการผลิตวัคซีนโควิด-19 ซึ่งการยกเว้นค่าลิขสิทธิ์นี้ จะช่วยให้ประเทศอื่น ๆ เข้าถึงวัคซีนได้ง่ายขึ้น แม้ว่าจะมีบางคนออกมาวิจารณ์ว่า ในตอนนี้ยังไม่มีที่ไหนที่จะมีความสามารถในการผลิตวัคซีนของไฟเซอร์ที่ถูกและมีประสิทธิภาพได้อย่างที่ไฟเซอร์ทำ

ขณะที่ “บูร์ลา” กล่าวว่า ไฟเซอร์ได้ตั้งราคาวัคซีน จากการจัดลำดับขั้น ประเทศที่มีรายได้สูง จะจ่ายวัคซีนราคาเต็ม ประเทศที่มีรายได้ปานกลาง จะจ่ายราคาครึ่งเดียว ส่วนประเทศที่มีรายได้ต่ำจะคิดในราคาต้นทุน ซึ่งการกำหนดราคาวัคซีนแบบนี้ ริเริ่มโดยบริษัทกิเลียด ไซแอนซ์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ผลิตและจำหน่ายยาต้านเชื้อเอชไอวี

ไฟเซอร์มีกำหนดส่งวัคซีนกว่า 3,000 ล้านโดสไปในประเทศต่าง ๆ อีก 116 ประเทศ และขณะนี้ ไฟเซอร์ได้ผลิตวัคซีนไปแล้วกว่า 450 ล้านโดส ส่วนใหญ่จะถูกส่งยังประเทศที่มีรายได้สูง เช่น ในสหรัฐฯ จำหน่าย 2 โดสในราคา 39 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 1,212 บาท

‘บูร์ลา’ คาดว่า ในปีนี้ วัคซีนที่ผลิตได้มากกว่า 40% หรือกว่า 1,000 ล้านโดส จะถูกส่งไปยังประเทศที่มีรายได้ต่ำและรายได้ปานกลาง 

“เราคาดว่าจะจัดหาวัคซีนเพื่อส่งให้ประเทศเหล่านี้ได้ในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2564 และจะมีวัคซีนใช้อย่างเพียงพอสำหรับทุกประเทศในปี 2565” ซีอีโอไฟเซอร์ กล่าว

ที่มา https://www.bloomberg.com/news/articles/2021-05-07/pfizer-ceo-says-lower-income-countries-didn-t-order-vaccines