“โจ ไบเดน” ประกาศมาตรการต่อสู้โควิด-19 “โอไมครอน”

xnxx
anal creampie dever bhabhi ki jawani.
viet69hd
  • ย้ำไม่ล็อกดาวน์แน่แต่จะปูพรมฉีดวัคซีนและฉีดเข็มกระตุ้น
  • พร้อมเดินหน้าตรวจหาเชื้อเพิ่มขึ้นหวังสกัดให้ได้ผล
  • ขณะที่ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กเผยพบติดโอมิครอนแล้ว 5 ราย

ประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ประกาศมาตรการต่อสู้โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนในช่วงฤดูหนาวปีนี้ แต่ยันไม่ล็อกดาวน์ และไม่ขยายข้อกำหนดบังคับฉีดวัคซีนให้เข้มงวดมากกว่าปัจจุบัน

ทั้งนี้ นายไบเดน กล่าวว่า มาตรการต่อสู้โอมิครอนจะไม่ครอบคลุมถึงการชัตดาวน์ หรือล็อกดาวน์ แต่จะใช้วิธีปูพรมฉีดวัคซีน และฉีดเข็มกระตุ้นเป็นวงกว้าง รวมถึงจะตรวจหาเชื้อเพิ่มขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ในระหว่างศาลหลายแห่งในสหรัฐฯ อยู่ระหว่างทบทวนข้อกำหนดการฉีดวัคซีน รัฐบาลจะไม่ขยาย หรือเพิ่มเติมข้อกำหนดให้มากกว่าที่มีอยู่ในขณะนี้ ซึ่งผมเชื่อว่า จะช่วยให้ชาวอเมริกันทุกคนสนับสนุนแผนนี้ รวมถึงสภาคองเกรสด้วย” 

นายไบเดน กล่าวต่อว่า เป้าหมายของรัฐบาลสหรัฐฯ คือ ผลักดันให้โรงเรียนเปิดการเรียนการสอน โดยได้เปิดคลินิกฉีดวัคซีนให้กับครอบครัวหลายร้อยครัวเรือนที่ศูนย์สาธารณสุขในชุมชน และพื้นที่อื่นๆ ทั่วประเทศ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้ปกครองในการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็กๆ นอกจากนี้ ยังจะตรวจเชื้อโควิด-19 ฟรีที่บ้าน โดยชาวอเมริกันที่มีประกันสุขภาพจะได้รับการแจกชุดตรวจเชื้อ โดยรัฐบาลจะแจกชุดตรวจฟรี 50 ล้านชุดให้กับศูนย์สาธารณสุขและคลินิกในพื้นที่ห่างไกล เพื่อช่วยเหลือประชนที่ไม่มีประกันสุขภาพ

นอกจากนี้ นับตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป สหรัฐฯจะกำหนดให้ผู้ที่เดินทางเข้าประเทศต้องตรวจหาเชื้อภายในเวลา24 ชั่วโมงก่อนเดินทางเข้าประเทศ ไม่ว่าผู้นั้นจะฉีดวัคซีนแล้วหรือไม่ก็ตาม ขณะเดียวกัน รัฐบาลจะขยายเวลาการบังคับสวมหน้ากากอนามัยสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ และระบบขนส่งสาธารณะจนถึงวันที่ 18 มี.ค.65 ส่วนมาตรการเพิ่มเติมอื่นๆ ยังไม่จำเป็น สิ่งที่จำเป็นคือ ผลักดันแผนการพัฒนาวัคซีนรุ่นใหม่ และวัคซีนบูสเตอร์ เพื่อต่อสู้กับโอมิครอน

“คณะบริหารของผมกำลังทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของบริษัท ไฟเซอร์, โมเดอร์นา และจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน เพื่อพัฒนาวัคซีน และวัคซีนบูสเตอร์ นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้สำนักงานอาหารและยา (FDA) และศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค (CDC) เร่งกระบวนการอนุมัติให้เร็วขึ้น หากจำเป็น”

อย่างไรก็ตาม สหรัฐพบผู้ติดเชื้อโอมิครอนรายแรกเมื่อวันที่ 1 ธ.ค.64 ในรัฐแคลิฟอร์เนีย เพิ่งเดินทางกลับจากแอฟริกาใต้ ฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว แต่ยังไม่ได้ฉีดเข็มกระตุ้น  จากนั้นวันที่ 2 ธ.ค. พบรายที่ 2 ในรัฐมินนิโซตา เพิ่งเดินทางกลับจากกรุงนิวยอร์ก และฉีดวัคซีนครบโดสแล้ว

ล่าสุดในช่วงเย็นวานนี้ (2ธ.ค.) ตามเวลาสหรัฐฯ หรือในช่วงเช้าวันนี้ (3 ธ.ค.) ตามเวลาไทย นางเคธี โฮชูล ผู้ว่าการรัฐนิวยอร์ก แถลงยืนยันว่า พบผู้ติดเชื้อโอมิครอน 5 รายในนครนิวยอร์กซิตี้ โดย 1 ราย พบในเขตซัฟโฟล์ค เคาตีในเมืองลองไอส์แลนด์ ส่วนอีก 2 รายพบในเมืองควีนส์, 1 รายพบในเมืองบรูคลิน และอีก 1 รายพบในเมืองแมนฮัตตัน

 “เรายังคงอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่าเมื่อก่อน ประชาชนได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์มากขึ้นและไม่มีความตื่นตระหนกสถานการณ์ขณะนี้ยังคงเป็นแค่วิกฤติด้านสาธารณสุข แต่ไม่ใช่วิกฤติรุนแรงที่จะนำไปสู่การล็อกดาวน์ เหมือนกับที่เคยใช้ในช่วงเริ่มต้นของการแพร่ระบาด จนส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคธุรกิจ และประชาชนในรัฐนิวยอร์กหลายล้านคนต้องตกงาน”