แบรนด์ ‘เจ้าสัว’ ทราสฟอร์มธุรกิจจากสินค้าของฝากเป็นอาหารพร้อมรับประทาน พลิกโฉมครั้งใหญ่รอบ 63ปี

“เจ้าสัว”  ทุ่มกว่า 100  ล้านบาท ทรานส์ฟอร์มธุรกิจ ปรับภาพลักษณ์จากสินค้าของฝากสู่สินค้าอาหารที่พร้อมบริโภคได้ทุกวัน (Everyday Consumption) ชูแนวคิดคนไทยต้อง “กินดี อยู่ดี” ส่งไลน์สินค้าครอบคลุมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ พร้อมเปิดตัวพรีเซนเตอร์ตัวแทนคนรุ่นใหม่และกลุ่มครอบครัว ลีเดีย ศรัณย์รัชต์-แมทธิว ดีน เป็นครั้งแรก ตั้งเป้าเป็นเจ้าตลาดมีทสแน็คในไทยและรายได้เติบโตเป็นเท่าตัวภายใน 4 ปี หลังจากปีที่ผ่านมาทำรายได้แตะหลักพันล้านบาทเป็นครั้งแรก

น.ส.ณภัทร โมรินทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเตี่ย หงี่ เฮียง จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารจากเนื้อหมูแปรรูปแบรนด์ “เจ้าสัว” เปิดเผยว่าในปีนี้ทางบริษัทมีเป้าหมายที่จะทรานฟอร์มธุรกิจจากสินค้าของฝากเข้าสู่ตลาดอาหารที่พร้อมทานทุกวัน กับมีเป้าหมายสร้างการเติบโตทางรายได้ในปีนี้เติบโต 30%  และในอีก 4 ปีข้างหน้าเติบโตเพิ่มขึ้นเท่าตัว 

“ปีที่ผ่านมาบริษัทได้รับผลกระทบจากวิกฤตการแพร่ระบาด แต่ด้วยการขยายช่องทางจำหน่ายใหม่ๆ ทำให้ธุรกิจเติบโตได้ในอัตรา 15% ยอดขายรวมแต่ระดับพันล้านบาทเป็นครั้งแรก” 

ทั้งนี้ธุรกิจของครอบครัวเริ่มกิจการเมื่อปี 2501 จากรุ่นคุณปู่เริ่มผลิตกุนเชียง หมูหยอง หมูแผ่นในจังหวัดนครราชสีมา ด้วยแนวคิด กินดี คือกินของอร่อยและมีคุณภาพจากการคัดสรรวัตถุดิบเกรดพิเศษจนได้รับความนิยมจากท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวจนกลายมาเป็นสุดยอดของฝาก

หลังจากนั้นธุรกิจก้าวสู่รุ่นที่สองเป็นรุ่นคุณพ่อในช่วงก่อนปี 2540 ได้ริเริ่มแปรรูปผลิตจากข้าวเป็นอาหารรับประทานเล่นและได้ออกผลิตภัณฑ์ข้าวตังภายใต้แบรนด์เจ้าสัว จนเป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดในบริษัท จนมาถึงปีนี้เป็นรุ่นที่สาม จึงต่อยอดธุรกิจออกไปจากเดิมที่ช่องทางจำหน่ายในสถานีบริการน้ำมันปตท. ไปสู่ช่องทางโมเดิร์นเทรดและช่องทางค้าปลีกเดิม รวมทั้งการออกสินค้าใหม่ 8-10 ชนิดต่อปี 

ด้านนาย สิริณัฏฐ์ ชญาน์นันท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เตีย หงี่ เฮียง (เจ้าสัว) จำกัด กล่าวถึงกลยุทธ์ในการทรานส์ฟอร์มธุรกิจและปรับภาพลักษณ์ใหม่ของแบรนด์ “เจ้าสัว” ครั้งยิ่งใหญ่ว่า “สำหรับกลยุทธ์ทางการตลาดในการทรานส์ฟอร์มแบรนด์ “เจ้าสัว” ครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกในรอบ 63 ปี ที่มีการใช้พรีเซ็นเตอร์เป็นครอบครัวของ  ลีเดีย ศรัณย์รัชต์-แมทธิว น้องดีแลน และน้องเดมี่ ดีน  ที่ช่วยสะท้อนให้เห็นถึงไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบันและครอบครัวรุ่นใหม่ที่มีความเร่งรีบ ต้องทำกิจกรรมหลายอย่าง ทั้งทำงาน ดูแลตัวเอง และใส่ใจดูแลครอบครัวโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน ซึ่ง “เจ้าสัว” เป็นแบรนด์ที่จะเข้ามาช่วยตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคนรุ่นใหม่ได้เป็นอย่างดี

เป้าหมายการของพลิกโฉมเข้าสู่ตลาดสแน็คในประเทศไทยที่มีมูลค่าตลาดรวมที่ 40,000 ล้านบาท มีอัตราเติบโตปีละ 5% ในขณะที่ปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบโควิด-19 ทำให้ตลาดติดลบไปถึง 10% โดยบริษัทคาดว่าจะเข้ามาเป็นผู้นำตลาดมีทสแน็คหรือของขบเคี้ยวที่ผลิตจากเนื้อสัตว์ที่มีการแข่งขันในตลาดน้อยมาก

 “นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีทำการตลาดแบบ 360 องศา ทั้งช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์ สื่อโฆษณากลางแจ้ง และการตลาดในช่องทางต่าง ๆ โดยทุ่มทุนกว่า 80 ล้านบาท ตลอดจนการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายโดยวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในรสชาติและขนาดที่หลากหลาย และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายไปยังโมเดิร์นเทรด, ซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านสะดวกซื้อทั่วประเทศ อีกทั้งเพิ่มช่องทางร้านค้าออนไลน์