“เศรษฐา” ดันท่องเที่ยวดึงเงินต่างชาติด่วนไฮซีซัน 66 ถอดรหัสเพื่อไทยเร่งติดเทอร์โบท่องเที่ยว 7 นโยบาย



  • เศรษฐา ทวีสิน นายกไทยคนที่ 30 รุกใช้ท่องเที่ยวเพิ่มรายได้ต่างชาติเร่งด่วนไฮซีซันปี’66
  • หารือ “ภูเก็ต” ขยายสนามบิน บุก “พังงา” ปั้นเป็นเมืองเวลเนสเซนเตอร์
  • ถอดรหัสเพื่อไทยพรรคแกนนำรัฐบาลติดเทอร์โบนโยบายท่องเที่ยว 7 เรื่อง ปั้นไทยเป็นสารพัดฮับ ท่องเที่ยว การบินเทศกาลอินเตอร์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศ ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและพังงาทันทีเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 พร้อมประกาศเดินหน้านโยบายผลักดันอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นอันดับแรก เนื่องจากสามารถกระตุ้นรายได้เร่งด่วนเข้าประเทศได้ โดยเฉพาะภูเก็ตกับอันดามันซึ่งพื้นที่ยอดนิยมสูงสุดของนักท่องเที่ยวทั่วโลกได้เร็วที่สุดเริ่มฤดูท่องเที่ยว (high season) ปลายปี 2566 เป็นต้นไป

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2566 นายเศรษฐา ได้ลงพื้นที่ไปพบปะหารือกับผู้ประกอบการแถบเมืองเก่าภูเก็ต หาดบางลาและป่าตอง ศูนย์รวมการท่องเที่ยวแหล่งบันเทิงชายหาด จากนั้นวันที่ 26 สิงหาคม ก็จะเดินทางไปรับฟังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ประกอบการท่องเที่ยวในจังหวัดพังงาเป็นลำดับต่อไป ซึ่งจะเน้นการผลักดันจุดขายการท่องเที่ยวพังงาเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพองค์รวมหรือ Health and Wellness Tourism

นายเศรษฐา เปิดเผยว่าก่อนเดินทางมายังภูเก็ตได้พูดคุยกับ ดร.กีระติ มานะกิจวัฒน์ ผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) “ทอท.” ได้รายงานพร้อมให้ข้อมูลเกี่ยวกับพื้นที่สนามบินนานาชาติภูเก็ตไม่เพียงพอจะรองรับผู้โดยสารและนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการของนักเดินทางเติบโตเพิ่มมากขึ้น ส่งผลทำให้ต้องพิจารณาการลงทุนขยายสนามบินต่อไป แต่จะต้องหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) ก่อนถึงแนวทางความเป็นไปได้ที่จะเดินหน้าต่อไป

ขณะเดียวกันล่าสุดทางพรรคเพื่อไทยก็มีนโยบายชัดเจนเรื่องการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศเบื้องต้น7เรื่องหลัก ประกอบด้วย

เรื่องที่ 1 ตั้งเป้าจะทำรายได้ท่องเที่ยวเข้าประเทศภายในปี 2570 ให้ได้ 3 ล้านล้านบาท ขยับเพิ่มจากปี 2565 ทำไว้ 7 แสนล้านบาท เพื่อกระจายเม็ดเงินเข้าสู่ระบบธุรกิจที่เกี่ยวข้องทั้งโรงแรม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว และอื่น ๆ

เรื่องที่ 2 ขับเคลื่อนจุดขายทำให้ไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการจัดงานเทศกาลแห่งเอเชีย ได้แก่ เทศกาลสงกรานต์เดือนเมษายน เทศกาลลอยกระทงเดือนสิบสอง มหกรรมการแข่งขันชกมวยไทย จัดเทศกาลแสดงดนตรีนานาชาติและอื่นๆ

เรื่องที่ 3 เพิ่มการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และพลังไทยแลนด์ ซอฟท์ เพาเวอร์ อย่างเป็นรูปธรรมเช่นจัดเทศกาลศิลปะวัฒนธรรมอย่างโดดเด่นมากขึ้นกว่าปัจจุบัน

เรื่องที่ 4 ยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งของภูมิภาคเอเชีย Regional Transport Hub ครอบคลุมทั้งการจัดทำตารางการบินเชื่อมต่อสายการบินจากทั่วโลกมาต่อเครื่องในไทย พร้อมยกระดับสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิรองรับผู้โดยสารได้ถึงปีละ 120 ล้านคน ผนวกกับรองรับการขนส่งสินค้าทางอากาศให้ได้ปีละเกิน 3 ล้านตัน

เรื่องที่ 5 จัดระเบียบมาตรการและขั้นตอนการเข้าเมือง เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกเข้ามายังไทยได้อย่างสะดวก ภายใต้เกณฑ์มาตรฐานสากล เพิ่มความปลอดภัยการเดินทางเข้าออกให้ผู้โดยสารคนไทยและต่างชาติ

เรื่องที่ 6 ปลดล็อกมาตรการ VISA กับประเทศพันธมิตร และหารือถึงหนังสือเดินทางของคนไทยไปต่างประเทศ และต่างประเทศมาไทย ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

เรื่องที่ 7 ยกระดับไทยเป็นประเทศศูนย์กลางการท่องเที่ยวเชิงการแพทย์และสุขภาพ ให้ความรู้ ผลิตบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับบริการให้เพียงพอ พร้อม ๆ กับพัฒนาระบบสาธารณสุขให้ทันสมัย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สมุนไพรซึ่งสามารถใช้ในทางการแพทย์ได้ด้วย

เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen