เปิดมิชลินไกด์ปี’66 ฉบับอีสาน 69 ร้านดัง 4 จังหวัด โชว์พลังซอฟท์เพาเวอร์อาหารไทยบูมท่องเที่ยว

  • เปิดแล้ว!! ‘มิชลิน ไกด์ ประเทศไทยปี’66’ เปิดคู่มืออีสานปีแรก 69 ร้าน
  • โชว์พลังซอฟท์เพาเวอร์อาหารในเมืองท่องเที่ยว 4 จังหวัดใหญ่
  • “โคราช-อุดร-อุบล-ขอนแก่น” และทั่วไทยรวม 441 ร้าน ลุยแจกมิชลินแห่งปี 6 รางวัล

ดร.ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ร่วมกับมิชลิน ไกด์ เปิดตัวคู่มือ ‘มิชลินไกด์ ประเทศไทย’ ฉบับประจำปี 2566 :The MICHELIN Guide Thailand 2023 คู่มือแนะนำร้านอาหารและที่พักฉบับที่ 6 ของประเทศไทย ทางมิชลินได้ประกาศรายชื่อร้านอาหารที่คว้า 6 รางวัล คือ 1.ดาวมิชลิน/MICHELIN Star 2.ดาวมิชลินรักษ์โลก/MICHELIN Green Star 3.MICHELIN Young Chef Award 4.MICHELIN Service Award พิเศษปีแรกอีก 2 รางวัล คือ 5.MICHELIN Opening of the Year Award และ 6.MICHELIN Sommelier Award

ซึ่งจะเป็นอีกหนึ่งพลังซอฟท์ เพาเวอร์ ด้านอาหารหรือ Food ที่จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดรายได้เพิ่มจากนักท่องเที่ยวคนไทยและทั่วโลกเริ่มตั้งแต่ปลายปี 2565 เป็นต้นไป โดยเฉพาะการเปิดมิชลินใหม่ในภาคอีสานคัดเลือกมาได้รวม 69 ร้าน กระจาย 4 จังหวัดหลัก ได้แก่ นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี  นครอุดรธานี รวมทั้งยังร้านทั่วประเทศติดโผร้านแนะนำในคู่มือมิชลิน ไกด์เป็นครั้งแรกอีกถึง 54 ร้านด้วย  

นายเกว็นดัล ปูลเล็นเนค ผู้อำนวยการฝ่ายจัดทำคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ทั่วโลก เปิดเผยว่า ได้เปิดคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2566 ฉบับล่าสุดได้สำรวจและจัดอันดับร้านอาหารในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออีสานเป็นปีแรกเพื่อขยายขอบเขตภูมิภาคใหม่จะทำให้ผู้อ่านคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์’ ได้รับรู้และเข้าใจอาหารอีสานมากขึ้น รวมทั้งช่วยกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว ส่งเสริมภาคอุตสาหกรรมอาหารและการบริการหลังจากสถานการณ์โควิด-19 ฟื้นตัวกลับมามีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เพราะหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวทั่วประเทศเปิดร้านอาหารหรือโรงแรมใหม่ ๆ โดยเฉพาะธุรกิจร้านอาหาร มีร้านประเภทไฟน์ไดน์นิ่งเปิดใหม่เป็นจำนวนมาก จากเชฟท้องถิ่นหันมาให้ความสำคัญกับรากเหง้าทางวัฒนธรรมอาหารของตนเอง พร้อมทั้งนำเสนอความหลากหลาย ตั้งแต่อาหารไทยแต่ละภาค ทั้งเหนือใต้ อีสาน ไทยดั้งเดิม ไทยแบบโมเดิร์น

รวมทั้งมีนักลงทุนรายใหญ่และเชฟชั้นนำระดับโลกเปิดบริการร้านอาหารใหม่ ๆ ด้วย  พัฒนาการเช่นนี้ส่งผลให้ผู้ตรวจสอบของมิชลิน ไกด์ ตื่นเต้นกับบรรยากาศโดยรวมของภาคธุรกิจอาหารในไทยเป็นอย่างมาก

ดังนั้นในคู่มือ ‘มิชลิน ไกด์ ประเทศไทย’ ประจำปี 2566 จะประกอบด้วย

1.จำนวนร้านอาหารคัดสรรแล้วรวม 441 ร้าน เป็นร้านที่ได้รางวัลดังนี้คือ 2 ดาวมิชลิน 6 ร้าน 1 ดาวมิชลิน 29 ร้านบิบ กูร์มองด์ 189 ร้าน และร้านแนะนำอื่น ๆ อีก 217 ร้าน

2.ร้านใหม่จำนวนรวม 111 ร้าน เป็นน้องใหม่ในมิชลินไกด์ภาคอีสานปีแรก 69 ร้าน กระจาย 4 จังหวัดหลัก ได้แก่นครราชสีมา ขอนแก่น อุบลราชธานี อุดรธานี  

3.ร้านได้รับรางวัล “ดาวมิชลินรักษ์โลก” เพิ่มอีก 2 ร้าน รวมเป็น 3 ร้าน

ส่วนรายชื่อร้านอาหาร” มิชลิน ไกด์’ ฉบับประเทศไทย ประจำปี 2566 มีดังนี้

“2 ดาวมิชลิน” มีจำนวนรวมเท่าเดิม 6 ร้าน ได้แก่ Chef’s Table (เชฟส์เทเบิล) Le Normandie by Alain Roux, Mezzaluna (เมซซาลูน่า), R-Haan, Sorn (ศรณ์) และ Sühring  

“1 ดาวมิชลิน” มีเพิ่มขึ้นรวม 5 ร้าน ทุกร้านอยู่ในกรุงเทพฯ ได้แก่ 1.บ้านเทพา ร้านอาหารไทยร่วมสมัยที่นำเสนออาหารชุดแบบ Tasting Menu ที่จัดแต่งมาอย่างสวยงาม โดยเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาลที่ปลูกเอง และคัดสรรผักผลไม้จากเกษตรกรไทยหัวใจสีเขียวที่มุ่งรักษาความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

2.Haoma ร้านอาหารอินเดียที่ปลูกผักเกือบ 40 ชนิดไว้ประกอบอาหารเอง มีระบบรองน้ำฝนไว้สำหรับรดน้ำผัก ทางร้านนำเสนออาหารอินเดียสมัยใหม่ทุกจานปรุงรสและเผยเสน่ห์ของเครื่องเทศอย่างดีเยี่ยม เน้นเรื่องความยั่งยืนและเป็นมิตรต่อธรรมชาติ มีให้เลือกทั้ง Tasting menu ตามฤดูกาล เมนู À la carte และเมนูมังสวิรัติ

3.Maison Dunand เสิร์ฟเมนูฝรั่งเศสร่วมสมัย นำเสนออาหารชุดแบบ Tasting Menu เชฟได้รับแรงบันดาลใจจากท้องถิ่นแถบเทือกเขาแอลป์อันเป็นบ้านเกิด ตลอดจนความทรงจำวัยเด็กในการไปเยือนแคว้น Brittany รวมถึงประสบการณ์เดินทางท่องเที่ยวในหลายประเทศ

4.โพทง ร้านอาหารไทย-จีนสมัยใหม่ นำเสนออาหารโดยเน้นการรับรู้ผ่านผัสสะทั้งห้า มองเห็น ชิม ดม การหยิบจับและฟังเรื่องราวที่แฝงอยู่ในแต่ละคอร์ส

5.Signature ร้านอาหารฝรั่งเศสปีนี้ได้รับการเลื่อนระดับขึ้นมา นำเสนอรสชาติสไตล์ครัวฝรั่งเศสคลาสสิก โดดเด่นด้วยการใช้สมุนไพรและดอกไม้นำเข้าเพื่อให้ได้กลิ่นอายฝรั่งเศสแท้ ๆ  เซ็ตเมนูแนะนำคือ Flower Bouquet รังสรรค์ต่างกันไปในแต่ละฤดูกาล

“MICHELIN Green Star-ดาวมิชลินรักษ์โลก” มีเพิ่มขึ้นอีก 2 ร้าน รวมเป็น 3 ร้าน ได้แก่ PRU (พรุ) ร้านอาหาร 1 ดาวมิชลินในภูเก็ต ที่รักษารางวัลได้ต่อเนื่องเป็น
ปีที่ 3 และน้องใหม่อีก 2 ร้าน คือ

“Haoma” ร้านอาหารอินเดียในกรุงเทพฯ ได้ครอง 1 ดาวมิชลิน ร้านอาหารแห่งนี้กักเก็บน้ำฝนตลอดปีไว้เพื่อใช้ในฟาร์ม Aquaponics แล้วนำไปผ่านระบบกรองน้ำ Nordaq เพื่อใช้เป็นน้ำดื่มสะอาดบริการลูกค้า ช่วงโควิดได้เริ่มทำฟาร์มเลี้ยงไก่ แพะ และวัว นำมาใช้ทำเมนูหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ

“จำปา ร้านอาหารในภูเก็ตนำเสนออาหารที่อุดมคุณค่าเน้นให้ลูกค้าตระหนักถึงคุณประโยชน์อาหารสดใหม่ในท้องถิ่น เสิร์ฟอาหารยุโรปร่วมสมัยซึ่งปรุงขึ้นจากพืชผักสมุนไพรปลูกในฟาร์มออร์แกนิกของร้านเอง และวัตถุดิบจากทะเลที่เลือกเฟ้นมาจากชาวประมงบนเกาะ

ส่วนเชฟผู้ครองรางวัลต่าง ๆ ประจำปี ประจำปี 2566 มีดังนี้

1.รางวัล “MICHELIN Thailand Young Chef Award ได้แก่ “ดาวิเด การาวาเกลีย” จากร้าน Côte by Mauro Colagreco สัญชาติอิตาเลียนได้นำทิศทางและมาตรฐานการทำอาหารของเชฟเมาโร โคลาเกรคโค ในแถบเมดิเตอร์เรเนียนมาถ่ายทอดผ่านร้านอาหาร ในโรงแรมหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา

2.รางวัล MICHELIN Thailand Service Award ได้แก่ อุทิศ สองโท จากร้าน บ้านพระยา ให้บริการอย่างอบอุ่นด้วยไมตรีจิตแบบไทยและมาตรฐานอันเป็นเลิศของโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล  เปี่ยมทั้งความเป็นมิตร สุภาพ และจริงใจ ผู้บอกเล่าข้อมูลเกี่ยวกับอาหารจานที่นำเสนอและอาหารไทยทั่วไป ใส่ใจสอบถามถึงความคิดเห็นของลูกค้าที่มีต่ออาหารจานต่าง ๆ ด้วย

  และแจกเพิ่ม2รางวัลพิเศษในเมืองไทยครั้งแรกในไทยได้แก่

3.รางวัล MICHELIN Thailand Opening of the Year Award ให้ เชฟ “แพม” พิชญา สุนทรญาณกิจ จากร้านโพทง เป็นคนแรก รางวัลนี้มอบให้เชฟ เจ้าของ หรือผู้จัดการร้าน ซึ่งประสบความสำเร็จในการเปิดร้านอาหารใหม่ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา ได้นำตึกโบราณเคยเป็นห้างขายยาเก่าแก่ของตระกูลมาปรับปรุง เป็นร้านแห่งแรกในไทยที่นำเสนออาหารเชิงสร้างสรรค์แนว Innovative/Progressive Thai-Chinese

4.รางวัล MICHELIN Thailand Sommelier Award เป็นของ “กียม เปอร์ดิเกส”จากร้าน Mezzalunaมอบให้กับซอมเมอลิเยร์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านไวน์ที่มีคุณสมบัติโดดเด่น โดยให้บริการอย่างมืออาชีพ และมีความชำนาญในการให้คำแนะนำเกี่ยวกับไวน์ชนิดต่าง ๆ  รวมถึงการจับคู่ไวน์กับเมนูอาหาร เพื่อให้ลูกค้าได้รับประสบการณ์ด้านอรรถรสสูงสุด 

เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน#gurutourza,www.facebook.com/penroongyaisamsaen