เตรียมการไว้แล้ว… ธอส.ไม่หวั่นปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ลั่นหากขยับจะขยับอัตราต่ำกว่าตลาด

  • เผยยังไม่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ แต่ต้นทุนเงินฝากได้มีการปรับขึ้นไปแล้ว 
  • ชี้มีผลกระทบต่อต้นทุนของธนาคารในช่วงแรกประมาณ 1,000 ล้านบาท ในช่วงที่ 2 อีก 1,300 ล้านบาท
  • เปิดตัวเลข NPL ล่าสุดอยู่ที่ 4% คาดปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีก 5,000 ล้านบาท
  • ลั่นได้มีการสำรองหนี้เสียไว้แล้วทั้ง 100% ทำให้ไม่กระทบต่อฐานะการเงิน

นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เปิดเผยถึงทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นของตลาดโลกว่า ในส่วนของประเทศไทยมองว่า จากกำหนดการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อีก 3 ครั้งในปี 65 นี้ จะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ประมาณ 2-3 ครั้ง โดยขึ้นละ 0.25% รวมเป็นไม่เกิน 0.50% 

ทั้งนี้ในส่วนของ ธอส. ล่าสุดคณะกรรมการ ธอส. ได้มีมติเห็นชอบให้มีการดูแลลูกค้า โดยปรับขึ้นดอกเบี้ยในอัตราต่ำกว่าตลาด เช่น หากตลาดขึ้น 0.25% ธอส.จะปรับขึ้นเพียง 0.15% เป็นต้น โดยหากที่ประชุม กนง. ประกาศปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายช่วงเดือน ส.ค.นี้ ทาง ธอส. จะปรับขึ้นในเดือน ต.ค. และหาก กนง. มีการปรับขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายปี ธอส. ก็จะไปปรับขึ้นดอกเบี้ยอีกรอบในช่วงไตรมาส 1 ปี 66 เนื่องจาก ธอส.มีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งสามารถนำกำไรส่วนเกินเข้ามาช่วยเหลือลูกค้าตามนโยบายของรัฐบาลได้ 

“ในช่วงที่ ธอส. ยังไม่ได้ปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้ แต่ต้นทุนเงินฝากได้มีการปรับขึ้นไปแล้ว ทำให้กระทบต่อต้นทุนของธนาคารในช่วงแรกประมาณ 1,000 ล้านบาท และในช่วงที่ 2 ประมาณ 1,300 ล้านบาท ซึ่งต้นทุนเหล่านี้ก็จะทำให้กำไรส่วนเกินที่คาดว่าจะเกิน 15% ของเป้าหมายที่ 13,000 ล้านบาท ลดลงเหลือเพียงกำไรตามเป้าหมายที่วางไว้เท่านั้น” นายฉัตรชัย กล่าว

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ส่วนความกังวลถึงผลกระทบในการผ่อนชำระหนี้ของลูกค้า เชื่อว่าในช่วงแรกลูกค้า ธอส. จะยังไม่ได้รับผลกระทบ หากเงินงวดที่ผ่อนยังเพียงพอต่อการตัดเงินต้นกับดอกเบี้ยได้ แต่ยอมรับว่าอาจกระทบในเรื่องของระยะเวลาการผ่อนชำระ เช่น จากเดิมผ่อน 18 ปี เป็น 20 ปี เป็นต้น ทั้งนี้หากดอกเบี้ยในตลาดมีการปรับขึ้นติดกันหลายๆ ครั้ง ก็จะกระทบต่อเงินงวดในการผ่อนชำระให้ปรับเพิ้มขึ้นบ้าง แต่จะไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ 

นายฉัตรชัย กล่าวต่อว่า ขณะที่ตัวเลขหนี้เสีย หรือ NPL ของ ธอส.ล่าสุดอยู่ที่ 4% คาดว่าภายในปีนี้จะเพิ่มขึ้นอีก5,000 ล้านบาท หรือ 0.2% ซึ่ง ธอส. ได้มีการสำรองหนี้เสียไว้แล้วทั้ง 100% ทำให้ไม่กระทบต่อฐานะการเงินแต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนการระดมทุนในปี 65 นอกจากผลิตภัณฑ์เงินฝาก และการเปิดขายสลากออมทรัพย์ล่าสุด ก็เตรียมออกพันธบัตรมาจำหน่ายด้วย เพื่อรองรับการปล่อยสินเชื่อที่จะเพิ่มขึ้นในปีนี้ ซึ่ง ธอส. ได้ขยับเป้าหมายในการปล่อยกู้ จากเดิม 2.2 แสนล้าน เป็น 2.8 – 3 แสนล้านบาท โดยขณะนี้ ธอส. มีสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อเมื่อเทียบกับ 14 แบงก์พาณิชย์ ลดลงจาก 10% เหลือ 4% สะท้อนว่า ธอส. สามารถเข้าไปซัพพอร์ตสินเชื่อให้กับลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านได้มากขึ้น