เดินหน้าส่งออกข้าวไทย!”จุรินทร์”สั่งกรมการค้าฯเจรจาขายต่อเนื่องตั้งเป้าทั้งปี 6 ล้านตัน

xnxx
anal creampie dever bhabhi ki jawani.
viet69hd

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามนโยบายที่มอบกรมการค้าต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ล่าสุดการส่งออกข้าวไทยมีสัญญาณดีต่อเนื่อง โดยหลังตั้งแต่มิ.ย.-ก.ค. ยอดส่งออกกลับมาเป็นบวก ส.ค.และก.ย. ก็มีทิศทางดีขึ้น ตามการรายงานของนายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มั่นใจว่าตามปีนี้ส่งออกได้ตามเป้า 6 ล้านตัน อย่างไรก็ตามในเดือนล่าสุดนั้นการส่งออกข้าวขยายตัว 7.35% 

ทั้งนี้เป็นผลจากผลผลิตข้าวไทยเพิ่มขึ้น และเงินบาทอ่อนค่า ทำให้แข่งขันกับคู่แข่งได้ดีขึ้น จากนี้ไปได้เร่งรัดนโยบายกระทรวงพาณิชย์ให้ลุยเจรจาคู่ค้า ติดตามสถานการณ์ตลาดข้าวและผลักดันให้ซื้อข้าวไทยเพิ่มขึ้น โดยตลาดหลักที่ไทยส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้น เช่น แอฟริกาใต้ จีน เยเมน และอิรัก และชนิดข้าวที่ส่งออกเป็นบวก ได้แก่ ข้าวนึ่ง ข้าวขาว และข้าวกล้อง 

และคาดว่าแนวโน้มการส่งออกข้าวไทยจะดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศรายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าจะเห็นได้จากสถิติการขอใบอนุญาตส่งออกข้าวของกรมการค้าต่างประเทศในเดือนสิงหาคม 2564 ที่มีปริมาณสูงถึง 831,260 ตัน เพิ่ม 133.13% และล่าสุดเดือนก.ย.2564 วันที่ 1–20 มีปริมาณ 631,363 ตัน เพิ่ม 61.78% โดยตัวเลขการขอใบอนุญาตส่งออกข้าวดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงคำสั่งซื้อจากลูกค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น เขาจึงคาดว่าในปีนี้ไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้ตามเป้าที่ปริมาณ 6 ล้านตัน

สำหรับปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ข้าวไทยสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้น มาจากราคาข้าวไทยที่ปรับตัวมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับราคาข้าวจากประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนามและอินเดีย โดยเฉพาะข้าวขาวและข้าวนึ่ง โดยราคาข้าวไทยที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากผลผลิตข้าวปีการผลิต 2564/65 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 4.97% และเงินบาทที่อ่อนค่าลงจากประมาณ 29–30 บาทต่อเหรียญสหรัฐในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ประมาณ 32–33 บาทต่อเหรียญสหรัฐตั้งแต่ช่วงปลายเดือนมิ.ย.2564 เป็นต้นมา ทำให้ช่องว่างระหว่างราคาข้าวไทยกับข้าวจากประเทศคู่แข่งลดลงและสามารถแข่งขันได้มากขึ้น

” ทางด้านการทำตลาดข้าว กรมฯ ดำเนินการตามนโยบายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใช้หลักการ “ตลาดนำการผลิต” โดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้ร่วมมือกับทูตพาณิชย์ในฐานะเซลส์แมนประเทศ จากกรมส่วเสริมการค้าระหว่างประเทศ เร่งการเจรจา หารือ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและประชาสัมพันธ์ข้าวไทยกับคู่ค้าสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยได้ปรับรูปแบบการทำงานในสถานการณ์โควิด-19 เป็นการนัดประชุมหารือกับคู่ค้าสำคัญผ่านระบบวิดีโอ คอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามสถานการณ์ตลาดข้าวและเจรจาซื้อขายข้าวไทย ” ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าว

ทั้งนี้ รายงานจากกรมการค้าต่างประเทศ ระบุด้วยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ได้หารือกับคู่ค้าสำคัญแล้ว เช่น ผู้นำเข้าข้าวฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง อิรัก เป็นต้น ซึ่งจากการหารือ ทำให้ได้รับทราบถึงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยผู้นำเข้าข้าวให้ความเห็นว่า นอกจากปัจจัยด้านราคาที่ข้าวไทยปรับตัวอยู่ในระดับที่แข่งขันได้มากขึ้นแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการนำเข้าข้าวไทย ได้แก่ คุณภาพและมาตรฐานข้าวไทยที่เหนือกว่าคู่แข่ง รวมทั้งศักยภาพของผู้ส่งออกข้าวไทยที่สามารถส่งข้าวคุณภาพดีให้ลูกค้าได้ แม้ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้นำเข้ามีความเชื่อมั่นในการนำเข้าข้าวจากไทยมากขึ้น

และยังมีแผนการจัดประชุมหารือกับประเทศคู่ค้าสำคัญอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย บังกลาเทศ จีน เป็นต้น รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ข้าวไทยภายใต้แนวคิด “Think Rice Think Thailand” ผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค และขอให้ทูตพาณิชย์ในฐานะทีมเซลส์แมนประเทศใช้แนวคิดดังกล่าวในการประชาสัมพันธ์ข้าวไทย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้เกี่ยวกับข้าวไทยในกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลกด้วย