อิตาลี อาการหนัก นักท่องเที่ยว 130 ล้านคน หายวับกลายเป็น 0 คน

  •  เฟดคงดอกเบี้ย 0 – 0. 25% รักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจอเมริกา
  • ขณะที่ไวรัสโควิด ยังคงแผลงฤทธิ์ต่อไป
  • ส่งผลให้อิตาลีรายได้สูญมหาศาล จากจำนวนนักท่องเที่ยวปี 62 ซึ่งงมีจำนวน 130 ล้านคน ปีนี้กลับกลายเป็น 0 คน

.สั่งส.ส.-เจ้าหน้าที่สภาสหรัฐสวมหน้ากาก
นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ มีคำส่ังให้ สส.และเจ้าหน้าที่ทุกคนต้องสวมใส่หน้า กากอนามัยภายในสภาผู้แทนราษฎรในช่วงเวลาที่ไวรัสโควิด-19 ยังคงแพร่ระบาด นางเพโลซีคาดหวังว่า ส.ส.และเจ้าหน้า ที่ทุกคนจะปฏิบัติตามเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อสุขภาพและความปลอดภัยของผู้อื่นในสภา และพื้นที่อื่นๆโดยรอบ โดยจะอนุญาตให้ถอดหน้ากากอนามัยได้เฉพาะตอนขึ้นพูดในสภาเท่านั้น นางยังประกาศด้วยว่า นางมีอำนาจสั่งให้ตำรวจสภานำตัวส.ส.ที่ทำผิดมารยาทอย่างร้ายแรงโดยการไม่สวมหน้ากากอนามัยออกจากสภาได้ หลังจากสหรัฐยังคงเผชิญการแพร่ระบาดของไวรัสรุนแรง โดยผู้ติดเชื้อท่ัวโลก 17 ล้านคน สหรัฐประเทศเดียว มีผู้ติดเชื้อ 4.4 ล้านคน และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 150,700 คน ณ วันพฤหัสฯที่ 30 ก.ค.(เวลาประเทศไทย)

.เฟดคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0-0.25%

    ที่ประชุมเฟดมีมติเป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นที่ระดับ 0.00-0.25% ในการประชุมวันที่ 28-29 ก.ค.63 พร้อมยืนยันว่าจะยังคงตรึงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 0.00-0.25% และ ใช้เครื่องมือทั้งหมดที่เฟดมีอยู่เพื่อสนับ สนุนเศรษฐกิจสหรัฐ จนกว่าเศรษฐกิจจะฟื้นตัวจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และบรรลุเป้าการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ นายเจอโรม พาวเวล ประธานเฟด ยังให้คำมั่นว่า เฟดจะใช้มาตรการสนับสนุนเพ่ือการฟ้ืนตัวของเศรษฐกิจต่อเน่ือง รวมถึงการขยายโครงการช่วยเหลือคนว่างงานซึ่งจะหมดอายุสิ้นเดือนนี้ ผลทำให้ตลาดหุ้นเอ เชียดีดตัวขานรับกันหลายตลาด ยกเว้นตลาดหุ้นไทยที่ -22 จุด

.”ซัมซุง”กำไรสุทธิ Q2 เพิ่ม 7.23%  
    ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ ผู้ผลิตสมาร์ทโฟนและชิปหน่วยความจำรายใหญ่ของเกาหลีใต้ เผยผลประกอบการที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2/63 โดยได้แรงหนุนจากความต้องการชิปที่เพิ่มขึ้น และกำไรพิเศษจากธุรกิจผลิตจอภาพ โดยกำไรสุทธิที่ว่าอยู่ที่ระดับ 5.55 ล้านล้านวอน(4,700 ล้านเหรียญ)เพิ่มขึ้น 7.23% ส่วนกำไรจากการดำเนินงานพุ่งขึ้น 23.5% แตะระดับ 8.15 ล้านล้านวอน แต่ยอดขายปรับตัวลง 5.6% สู่ระดับ 52.97 ล้านล้านวอนเมื่อเทียบกับไตรมาสแรก กำไรจากการดำเนินงานของซัมซุงพุ่งขึ้น 26.3% ขณะที่กำไรสุทธิ เพิ่มขึ้น 13.7% แม้ยอดขายจะลดลง 4.3% 

.จีนสกัดเก็งกำไรทองหลังนักลงทุนแห่ซื้อ
หน่วยงานด้านการกำกับดูแลของจีน และธนาคารพาณิชย์รายใหญ่ของจีน กำลังพยายามควบคุมการซื้อขายทองคำของนักลงทุนในประเทศ โดยมีเป้าหมายที่จะสกัดการเก็งกำไร อันเนื่องมาจากความกังวลที่ว่าอาจเกิดวิกฤตซ้ำรอยเหมือนกับในตลาดน้ำมันปีนี้ การควบคุมความเสี่ยงนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ราคาทองคำพุ่งขึ้นทำนิวไฮหลายครั้งในสัปดาห์นี้ โดยมีสาเหตุจากการที่นักลงทุนแห่ซื้อสินทรัพย์ปลอดภัยในช่วงไวรัสโควิด-19 แพร่ระบาด รวมทั้งความผัน ผวนของสกุลเงินดอลล่าร์สหรัฐที่อ่อนค่าลง และตลาดหุ้น ขณะที่ข้อพิพาทการค้าจีนและสหรัฐยังเป็นอีกปัจจัยให้นักลงทุนแห่ซื้อทองคำ ขณะเดียวกันยังระงับการเปิดบัญชีซ้ือขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าด้วยเพื่อคุมราคา
.ทดลองวัคซีนป้องกันโควิดในลิงสำเร็จ
    วารสารการแพทย์นิวอิงแลนด์เผยผลการทดลองของโมเดอร์นา อิงค์ บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพของสหรัฐที่บ่งชี้ว่า วัคซีน MRNA-1273 ของบริษัทสามารถปกป้องลิง 16 ตัวจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ซึ่งนับเป็นขั้นตอนการทด ลองที่สำคัญที่นำไปสู่การปกป้องมนุษย์จากโรคระบาดได้ ทั้งนี้ลิง 16 ตัวได้รับการฉีดวัคซีน 2 ครั้งในระดับโดซที่แตกต่างกัน ซึ่งจากผลการทดลองพบว่าสามารถป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ หลังให้ลิงเหล่านั้นสัมผัสกับไวรัสเต็มที่แล้ว โดยผลการทดลองบ่งชี้ว่าไม่พบเชื้อโควิด-19 ในโพรงจมูกของลิง 
    นอกจากนี้ลิงทั้ง 16 ตัว แสดงสัญญาณบางอย่างที่บ่งชี้ว่าได้รับการปกป้องจากไวรัสโควิด-19 และพบว่า มีอาการอักเสบของปอดที่จำกัดในลิงทั้งสองกลุ่ม และผลการทดลองวัคซีนดังกล่าว หากเกิดขึ้นในการทดลองกับมนุษย์ ก็จะบ่งชี้ว่า วัคซีนของโมเดอร์นาอาจจะสามารถป้องกันเชื้อไวรัสโควิด-19 ในคนได้ โมเดอร์นายังคงดำเนินการทดลองวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 กับมนุษย์จำนวน 30,000 คน โดยการทดลองเฟส 3 ซึ่งจะตัดสินเรื่องความปลอดภัยและประ สิทธิภาพของวัคซีน จะเริ่มเปิดเผยข้อมูลได้ในเดือนพ.ย.หรือธ.ค.นี้ ขณะที่รัฐบาลสหรัฐมอบเงิน 955 ล้านเหรียญเพื่อช่วยให้การพัฒนาวัคซีนดังกล่าวดำเนินไปได้อย่างรวดเร็ว
.สั่ง “เฟซบุ๊ก-กูเกิล”จ่ายค่าคอนเทนต์ให้สื่อ
รัฐบาลออสเตรเลียเตรียมออกกฎหมายบังคับให้เฟซบุ๊กและกูเกิลจ่ายค่าคอนเทนต์ข่าวให้กับธุรกิจสื่อ ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโลกที่รัฐบาลมีคำสั่งในลักษณะนี้ กรณีนี้มีขึ้นหลังคณะกรรมการว่าด้วยการแข่งขันและผู้บริโภคของออสเตรเลีย ได้เผยแพร่ร่างกฎเกณฑ์ที่จะบังคับให้บริษัทเทคโนโลยีจ่ายค่าคอนเทนต์ข่าวให้กับธุรกิจสื่อดั้งเดิม นายจอช ฟรายเดนเบิร์ก รมว.คลังออสเตรเลีย เผยว่า กฎเกณฑ์นี้มีเป้าหมายเพื่อมอบความยุติธรรมให้กับธุรกิจข่าว สารของออสเตรเลีย”เราต้องการให้กูเกิลและเฟซบุ๊กให้บริการเหล่านี้แก่ชาวออสเตรเลียต่อไป ซึ่งชาวออสเตรเลียชอบและนิยมใช้มากๆ แต่เราต้องการให้อยู่ในเงื่อนไขของเรา” รัฐมนตรีคลังออสเตรเลียกล่าว


.คาดอุปสงค์ทองคำอินเดียดิ่งสุดใน 26 ปี
สภาทองคำโลก (WGC) คาดว่า ความต้องการทองคำในอินเดียปีนี้อาจทรุดลงต่ำสุดในรอบ 26 ปี เนื่องจากราคาทองคำในประเทศพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ในขณะที่รายได้และกำลังซื้อของประชาชนลดลง WGC เปิดเผยว่า ความต้องการทองคำของอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีการใช้ทองคำมากสุดเป็นอันดับ 2 ของโลก ลดลง 56% ในช่วงครึ่งแรกของปี 63 แตะที่ 165.6 ตัน ส่วนความต้องการทองคำในไตรมาส 2  ร่วงลง 70% แตะระดับ 63.0 ตัน ต่ำสุดในรอบกว่า 10 ปี ทั้งนี้ อินเดียมีการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19โดยมีผู้ติดเชื้อกว่า 1 ล้านราย ทำให้ประชาชนหลายล้านคนต้องเผชิญความยากลำบากจากมาตรการสกัดการแพร่ระบาดที่ทำให้คนตกงานจำนวนมาก 

.เศรษฐกิจประเทศมะกอกกลับมาดดิ่งอีก
อิตาลี สเปน และกรีซ กลับมาเผชิญปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำอีกครั้งหลังเกิดการแพร่ระบาดอย่างหนักของไว รัสโควิด-19 ซ่ึงมีผลให้นักท่องเที่ยวที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจสำคัญไม่เดินทางไปท่องเที่ยวยังประเทศเหล่านี้ ทำให้ธุรกิจอุตสาห กรรมการท่องเที่ยวต้องปิดตัว และผู้คนตกงานจำนวนมา อย่างไรก็ตาม นายจูเซปเป คอนเต นายกฯอิตาลีต้องประกาศขยายเวลาการใช้มาตรการฉุกเฉินเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ออกไปจนถึงวันที่ 15 ต. ค.จากที่มีกำหนดสิ้นสุดในวันที่ 31 ก.ค.

“แม้ยอดผู้ติดเชื้อและผลกระทบที่มีต่อระบบสาธารณสุขจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่เรามีข้อมูลบ่งชี้ว่า ไวรัสจะยังคงแพร่เชื้ออยู่ในประเทศ”เขากล่าว แต่ย่ิงขยายมาตรการสกัดการแพร่ระบาดออกไปนานเท่าไหร่ เศรษฐกิจประเทศก็ย่ิงได้รับผลกระทบหนักมากขึ้นเท่านั้น”

สำหรับอิตาลีในเดือนก.ค.ภาคธุรกิจโรงแรม อาหาร การขนส่ง ความบันเทิง และการค้าปลีก สูญเสียรายได้ไปมากกว่า 3,000 ล้านยูโร(ราว 111,000 ล้านบาท)โดยปีที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าประเทศถึง 130. 2 ล้านคน ในจำนวนนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวจีนอย่างน้อย 3 ล้านคน แต่ปีนี้ นักท่องเที่ยวกลายเป็น 0 มีเพียงชาวอิตาลี 13.5 ล้านคนที่ออกไปท่องเที่ยววันหยุด แต่ก็ไม่พอจะอุดช่องโหว่