
- ชี้ต้องเข้มงวดมาตรการสาธารณสุข
- ยังไม่ต้องออกมาตรการกระตุ้นศก.เพิ่ม
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คลัง กล่าวถึงมติศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19)หรือ ศบค. ที่คลายล็อกกิจการบางประเภทและเปิดให้นั่งทานในร้านอาหารได้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย.นี้ว่า การคลายล็อกของรัฐบาลในครั้งนี้มีขึ้นเพื่อให้ประชาชนได้กลับมาทำกิจกรรมทางเศรษฐกิจอีกครั้ง ซึ่งจะทำให้เกิดการเดินทางมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามกิจกรรมทั้งหมดนั้นจะต้องเข้มงวดในเรื่องมาตรการสาธารณสุข คือ การป้องกันสถานการณ์โควิดแพร่ระบาด
ส่วนกระทรวงการคลังจะมีมาตรการออกมาเพิ่มเติมหรือไม่นั้น นายอาคม ระบุว่า ขณะนี้ยังคงไม่ต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม เนื่องจากโครงการคนละครึ่งระยะที่ 3(เฟส3) ซึ่งเป็นโครงการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยในประเทศ ยังดำเนินการอยู่จนถึงสิ้นปี 2564 ประกอบกับมาตรการเยียวยาต่างๆจากหลายกระทรวงที่รัฐบาลมอบหมาย ก็ยังมีการดูแลประชาชนทุกกลุ่มอยู่
“ตอนนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิด-19ค่อนข้างนิ่งแล้ว โดยในการประชุมศบค.มองว่าถ้าล็อกดาวน์ต่อไปประเทศจะทำอะไรไม่ได้ กิจกรรมในต่างจังหวัดก็จะไปไม่ได้ แต่ถ้ามีการผ่อนคลายจะทำให้คนเดินทางได้ สามารถกลับไปเยี่ยมบ้านหรือไปทำธุรกิจได้ ซึ่งในส่วนนี้โรงแรมในต่างจังหวัดก็จะได้ประโยชน์ ร้านอาหารตามต่างจังหวัดก็ได้ประโยชน์ด้วย ซึ่งจะมีส่วนช่วยทำให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าต่อไปได้”
สำหรับเรื่องการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลรายบุคคลในช่วงวันที่ 31 ส.ค.-3 ก.ย.2564 ที่รัฐสภา ซึ่งเป็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีนั้น กระทรวงการคลังก็พร้อมสนับสนุนข้อมูลให้นายกรัฐมนตรี และอยู่เคียงข้างนายกรัฐมนตรี










