อย.โต้ปมวัคซีน “ไฟเซอร์”เข้าไทยแล้ว เช็กทุกด่านยังไม่มีการนำเข้า ชี้ข่าวที่ออกเป็นเว็บปลอม

  • วัคซีนโมเดอร์นา อยู่ในขั้นตอนประเมินคาดเสร็จภายในเดือนนี้
  • ชี้หากยังไม่มาขึ้นทะเบียน นำเข้าถือว่าเป็นยาไม่มีทะเบียน

วันที่ 5 พ.ค.2564 นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย) ได้แถลงข่าวยืนยันว่า ขณะนี้ประเทศไทยยังไม่มีการนำเข้าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของไฟเซอร์ โดยปัจจุบันมีวัคซีนที่มาขึ้นทะเบียนกับอย.มี 3 รายคือ แอสตร้าเซเนก้า ,โคโรนาแวคหรือซิโนแวค และจอห์สันแอนด์จอห์นสัน นอกจากนี้ ยังมีที่อยู่ระหว่างดำเนินการประเมินคือ โมเดอร์นา และอีก 2 รายที่ทยอยยื่นเอกสาร คือโคแวกซินของอินเดีย และสปุตนิก ซึ่งเมื่อเอกสารครบจะประเมินให้เร็ว ซึ่งมีกำหนดมาตรฐานใน 30 วัน

สำหรับการที่มีข่าวกรณีไฟเซอร์ยังไม่มีการนำเข้ามาในไทย ซึ่งกลไกในการนำเข้าคือ 1.บริษัทต้องยื่นเป็นผู้ขอนำเข้า 2.ต้องเป็นผู้ยื่นขอขึ้นทะเบียน และต้องขอในส่วนอย. และที่สำคัญตอนจะนำเข้ามาต้องผ่านด่านอย.ซึ่งได้ตรวจสอบทั้งหมดแล้วไม่มีในส่วนของวัคซีนไฟเซอร์ที่นำเข้ามา ทั้งได้สอบถามบริษัทของไฟเซอร์ในประเทศไทย ก็ได้ยืนยันยังไม่ได้มายื่นขึ้นทะเบียน และบริษัทมีนโยบายจะขายวัคซีนให้กับภาครัฐเท่านั้น โดยอยู่ในช่วงการเจรจาเท่านั้น คิดว่าคงจะมายื่นเร็วๆ นี้ ดังนั้น บริษัทไฟเซอร์จึงยังไม่สามารถนำเข้ามาได้ในขณะนี้ รวมทั้งได้มีการตรวจเช็กด่าน ตรวจสอบหมดก็ไม่พบมีการนำเข้ามาแต่อย่างใด

ทั้งนี้ ขอเตือนถ้าวัคซีนหรือยาตัวใดถ้ายังไม่มาขึ้นทะเบียน นำเข้าโดยไม่ขึ้นทะเบียนถือว่าเป็นยาไม่มีทะเบียน มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 5 พันบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพ.ร.บ.ยา จึงขอให้ประชาชนติดตามเว็บไซต์อย.ว่าวัคซีนโควิดตัวใดที่ขึ้นทะเบียนแล้ว ที่จะนำมาใช้ในประเทศได้ และผ่านกระบวนการมาตรฐานคุณภาพต่างๆ

ส่วนกรณีมีเว็บของทางไฟเซอร์ว่ามีการนำมาใช้ประเทศไทยแล้ว และเจาะพิกัดมาว่าเป็นแผนที่ประเทศไทย ซึ่งทางอย.ชี้แจงว่า ในส่วนกลไกการนำเข้ามา นั้นต้องขออนุญาตขึ้นทะเบียน และถ้าเข้ามาจริงก็ต้องผ่านด่านอย. ซึ่งได้ตรวจสอบหมดแล้วไม่มีในส่วนนี้ อีกอย่างได้ติดต่อไปยังไฟเซอร์ประเทศไทยยืนยันไม่มี ยังไม่ยื่นขึ้นทะเบียน และมีนโยบายจะขายให้ภาครัฐเท่านั้น เป็นคำยืนยันของบริษัท และบริษัทก็ว่าไม่มีเว็บอย่างนั้น ซึ่งคาดว่าทางบริษัทจะได้มีการแถลงข่าวในเรื่องนี้ต่อไป

ขณะที่วัคซีน โมเดอร์นา ที่อยู่ระหว่างการประเมิน จะสามารถขึ้นทะเบียนเมื่อไรนั้น อย.ระบุภายใน 30 วันตามมาตรฐานสากลภายใน พ.ค. ซึ่งต้องดูการประเมินด้วย มีเอกสารเป็นหมื่นหน้า ได้ระดมผู้เชี่ยวชาญทั้งอย.และภายนอก ดูทั้งคุณภาพ ความปลอดภัย การบริหารความเสี่ยงและประสิทธิผล ผลจะออกมาประการใดจะแจ้งให้ทราบ