“อนุทิน” ขอบพระคุณทุกฝ่าย หลังฉีดวัคซีน “วันมหิดล” ถึงเป้า 1 ล้านโดส-เผยไทยฉีดทะลุ 50 ล้านโดสแล้ว!

นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข และคณะผู้บริหารกระทรวงฯ แถลงผลการฉีดวัคซีนทั่วไทย และแผนการฉีดวัคซีนระยะต่อไปตามเป้าหมาย ว่า ตามที่กระทรวงสาธารณสุขได้รณรงค์ให้มีการฉีดวัคซีนป้องกันโควิดเนื่องในวันมหิดล 24 ก.ย. 2564 ให้ครบ 1 ล้านโดสสำหรับประชาชนทั่วไป แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจ และตั้งใจของบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข และพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกคน ทำให้เมื่อวานฉีดได้มากกว่า 1.35 ล้านโดส ซึ่งหากทุกคนร่วมใจมาฉีดวัคซีน ศักยภาพสาธารณสุขฉีดก็พร้อมดำเนินการได้ เมื่อรวมยอดการให้บริการทั้งหมด สามารถฉีดวัคซีนทั้งเข็ม 1 2 และ 3 ได้เกิน 50 ล้านโดสทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม วานนี้(24ก.ย.) สามารถฉีดเข็ม 3 ไปประมาณกว่า 1.5 แสนโดส ยังไม่รวมบุคลากรการแพทย์ที่ได้รับบูสเตอร์ก่อนหน้านี้ จากนี้ เป็นต้นไป ขอเชิญพี่น้องประชาชนที่ได้รับซิโนแวค 2 เข็ม ตั้งแต่เดือน มี.ค. ขอให้ลงทะเบียน หรือทำนัดมารับการฉีดวัคซีนบูสเตอร์ เข็มที่ 3 เพื่อความปลอดภัย และเสริมภูมิคุ้มกันโรคจากนี้ จะเร่งทำการฉีดให้ครอบคลุมพี่น้องประชาชนคนไทยในกลุ่มที่สามารถรับวัคซีนได้ ตามความประสงค์ของท่านเอง โดยจะฉีดให้ครบครอบคลุม บนพื้นฐานความปลอดภัย ตามหลักการแพทย์

ทั้งนี้ ผู้บริหารสธ.ทุกคน ซึ่งเป็นบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข มีความภาคภูมิใจ ที่ได้เป็นข้ารับใช้ของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก “พระบิดาแห่งการแพทย์แผนปัจจุบัน” ซึ่งพวกเราจะสานต่อเจตนารมณ์ตามรอยเบื้องพระยุคลบาท สืบสานพระราชปณิธานของสมเด็จพระบรมราชชนก ทรงมีพระราชดำรัสว่า ขอให้ถือประโยชน์ส่วนตัวเป็นที่สอง ประโยชน์ของเพื่อนมนุษย์เป็นที่หนึ่ง ความสำเร็จ ลาภ ทรัพย์ เกียรติยศจะตกถึงท่านเอง ซึ่งเราไม่ได้หวังลาภ ทรัพย์ เกียรติยศ แต่เราหวังให้พี่น้องทุกคน มีความปลอดภัย มีสุขภาพชีวิตที่ดี มีอายุยืนยาว ห่างไกลโรคและมีความสามารถในการสร้างความปึกแผ่น และความมั่นคงให้ตัวท่าน และครอบครัว ตลอดจนประเทศของเรา

“ผมในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขต้องขอกราบขอบคุณพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกท่านที่ให้ความร่วมมือในการป้องกัน ควบคุมโรคให้ทุกท่านได้ปลอดภัย และขอบพระคุณบุคลากรทางการแพทย์และการสาธารณสุขทุกท่าน ที่ทุ่มเทเสียสละอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยในการให้บริการประชาชน และต่อสู้กับโรคระบาด อย่างไม่ท้อถอย”