ส่งออกเดือนพ.ค.66 ยังดิ่ง! ลดลง 4.6%

.พาณิชย์ชี้ติดลบต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 8
.แต่เป็นอัตราที่ชะลอลงจากเม.ย.66 ลบ 7.6%
.คาดไตรมาส 3-4 ดีขึ้นดันทั้งปีโต 1-2% ตามเป้า

นายกีรติ รัชโน ปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงสถิติการค้าระหว่างประเทศของไทยว่า เดือนพ.ค.66 การส่งออกมีมูลค่า 24,340.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 4.6% เทียบเดือนพ.ค.65 เป็นการลดลง 8 เดือนติดต่อกัน แต่เป็นการลดลงในอัตราที่ชะลอตัวจากเดือนเม.ย.66 ที่ติดลบสูงถึง 7.6% มูลค่า 21,723 ล้านเหรียญฯ ส่วนเมื่อคิดเป็นเงินบาทมีมูลค่า 830,448 ล้านบาท ลดลง 2.8% การนำเข้า 26,190.2 ล้านเหรียญฯ ลดลง 3.4% คิดเป็นเงิน 904,563 ล้านบาท ลดลง 1.7% ส่งผลให้ขาดดุลการค้า 1,849.3 ล้านเหรียญฯ หรือ 74,115 ล้านบาท


ส่วนช่วง 5 เดือน (ม.ค.-พ.ค.) ปี 66 การส่งออกมีมูลค่า 116,344.2 ล้านเหรียญฯ ลด 5.1% จากช่วงเดียวกันปี 65 คิดเป็นเงินบาท 3.941 ล้านล้านบาท ลดลง 2.4% การนำเข้า 122,709.5 ล้านเหรียญฯ ลด 2.5% คิดเป็นเงินบาท 4.210 ล้านล้านบาท เพิ่ม 0.2% ขาดดุลการค้า 6,365.3 ล้านเหรียญฯ หรือ 268,901 ล้านบาท


สำหรับการส่งออกที่ติดลบมาจากการลดลงของสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร 16.3% แยกเป็นสินค้าเกษตรลดลง 27% และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรลด 0.6% โดยเฉพาะการส่งออกผลไม้ลดลงถึง 54.8% เพราะผลผลิตภาคตะวันออกหมดแล้ว ต้องรอผลไม้ภาคใต้ที่กำลังออกสู่ตลาด ซึ่งไม่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นเรื่องฤดูกาลของผลไม้ ขณะที่มันสำปะหลัง ลด 41.7% ยางพารา ลด 37.2% อาหารสัตว์เลี้ยงลด 23.8% ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ ลด 63%


อย่างไรก็ตาม สินค้าอุตสาหกรรมกลับมาเพิ่ม 1.5% บวกในรอบ 8 เดือน สินค้าสำคัญที่เพิ่ม เช่น รถยนต์ อุปกรณ์ และส่วนประกอบ เพิ่ม 8.3% เครื่องปรับอากาศและส่วนประกอบ เพิ่ม 10.2% อุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด เพิ่ม 87.7% หม้อแปลงไฟฟ้าและส่วนประกอบ เพิ่ม 53.7% รถจักรยานยนต์และส่วนประกอบ เพิ่ม 22.9%


ขณะที่ตลาดส่งออก ส่วนใหญ่หดตัว โดยตลาดหลัก หดตัว 6% จากตลาดจีนหดตัวสูงถึง 24% ญี่ปุ่น หดตัว 1.8% แต่สหรัฐฯ อาเซียน และสหภาพยุโรป กลับมาขยายตัวที่ 4.2%, 0.1% และ 9.5% ตามลำดับ ส่วนตลาดรอง หดตัว 4.5% จากการหดตัวของเอเชียใต้ 25.2% ลาตินอเมริกา 7.0% แต่ขยายตัวในทวีปออสเตรเลีย 11.4% ตะวันออกกลาง 11.2% แอฟริกา 7.9% รัสเซียและซีไอเอส 97.7% เป็นต้น


“แนวโน้มการส่งออกช่วงไตรมาส 3 และ 4 น่าจะดีขึ้น หลังติดลบมาตลอดในช่วงก่อนหน้านี้ และจะช่วยให้การส่งออกภาพรวมตีตื้นขึ้นมาเป็นบวกได้ 1-2% ตามเป้าหมายทำงานที่ตั้งไว้ โดยปัจจัยที่จะสนับสนุนการส่งออกในช่วงครึ่งปีหลัง มาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ค่าเงินบาทอ่อนค่าอยู่ในระดับที่แข่งขันได้ และกระทรวงพาณิชย์มีแผนขยายตลาดใน 7 ภูมิภาค เช่น จีน ตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา แอฟริกา เอเชียกลาง เป็นต้น และเจาะเป็นรายคลัสเตอร์ เน้นกลุ่มอาหารและผลไม้ไปจีนตอนใต้ คือ ยูนนาน และหนานหนิง รวมทั้ง คาซัคสถาน และประเทศใกล้เคียง”


ด้านนายชัยชาญ เจริญสุข ประธานสภาผู้ส่งสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สรท.) กล่าวว่า มูลค่าการส่งออก เดือนพ.ค.66 ที่ 24,340 ล้านเหรียญฯ ดีกว่าที่หลายสำนักคาดการณ์ไว้ที่ 23,500 ล้านเหรียญฯ และแม้อัตราขยายตัวยังติดลบ แต่น้อยกว่าประเทศอื่น ส่วนในช่วงที่เหลืออีก 7 เดือน หากส่งออกได้เดือนละ 24,400 ล้านเหรียญฯ จะทำให้ทั้งปี 66 ขยายตัวได้ 0% เทียบกับปี 65 แต่ถ้าร่วมมือกับทำงานระหว่างภาครัฐและเอกชน เชื่อว่าการส่งออกทั้งปีเป็นบวกได้ 1-2% ตามเป้าหมายแน่นอน