สนค.ลดเป้าเงินเฟ้อไทยปีนี้เหลือ 1.35%



  • จากเดิม 1.5% หลังพบสัญญาณติดลบถึงปลายปี
  • รับผลรัฐลดค่าไฟ น้ำมันดีเซล ราคาสินค้า 3 เดือน
  • มีผลให้หยุดขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ให้ถามแบงก์ชาติ

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) เปิดเผยว่า สนค.ได้ปรับลดประมาณการณ์เงินเฟ้อทั่วไปของไทยปี 66 ใหม่ โดยลดลงมาอยู่ที่ 1.0–1.7% มีค่ากลาง 1.35% จากเดิมคาดขยายตัว 1.0–2.0% ค่ากลาง 1.5% ภายใต้สมมติฐานการเติบโตของเศรษฐกิจ 2.5-3% ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย75-85 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล และอัตราแลกเปลี่ยน 34.5-35.5 บาทต่อเหรียญฯ

สำหรับการปรับลดลงครั้งนี้ เป็นผลจากดัชนีราคาผู้บริโภค (เงินเฟ้อทั่วไป) เดือน ก.ย.66 เท่ากับ 108.02 ลดลง0.36% เมื่อเทียบกับเดือนส.ค.66 แต่เพิ่มขึ้น 0.30% เมื่อเทียบเดือน ก.ย.65 โดยเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราชะลอตัว จากการชะลอตัวของราคาสินค้าในกลุ่มพลังงาน และมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐบาล โดยเฉพาะการลดราคาน้ำมันดีเซล ค่าไฟฟ้า อีกทั้งราคากลุ่มอาหารลดลง ทั้งเนื้อสัตว์ ผักสด และเครื่องประกอบอาหาร ส่วนเงินเฟ้อเฉลี่ย 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) ปี เพิ่มขึ้น 1.82% เทียบช่วงเดียวกันของปี 65

“ที่น่าสนใจ คือ หมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ ลดลง 0.10% ลดลงครั้งแรกในรอบ 23 เดือน ส่วนแนวโน้มเงินเฟ้อเดือนต.ค.66 และตลอดไตรมาสที่ 4 คาดจะชะลอลงได้อีก และอาจเห็นบางเดือน มีโอกาสติดลบด้วยเพราะราคาอาหาร เครื่องประกอบอาหาร รวมถึงสินค้าในกลุ่มพลังงาน ค่าไฟฟ้า น้ำมันดีเซลปรับลดลง อีกทั้งยังมีมาตรการลดค่าครองชีพของกระทรวงพาณิชย์ ที่ร่วมกับผู้ประกอบการ 288 รายลดราคาขายสินค้าและบริการ และแพลตฟอร์มออนไลน์ รวมกว่า 1 ล้านรายการในช่วง 3 เดือนตั้งแต่เดือนต.ค.-ธ.ค.นี้”

อย่างไรก็ตาม การที่เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นในระดับต่ำ และอาจติดลบนั้น ไม่ได้เป็นผลมาจากเรื่องรายได้ หรือกำลังซื้อที่ชะลอตัว เพราะตัวเลขรายได้การจ้างงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ยังเป็นบวก 2.5% รายได้ภาคการเกษตรเพิ่ม 3.8% ซึ่งสูงกว่าภาพรวมเงินเฟ้อ รวมถึงการว่างงานก็ลดลงเหลือ 1% แต่เป็นผลจากมาตรการลดค่าครองชีพของรัฐ ทั้งราคาน้ำมัน ค่าไฟฟ้า รวมถึงการลดราคาขายสินค้า 3 เดือนนี้ ส่วนการที่เงินเฟ้อลดลง จะมีผลทำให้ต้องหยุดการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่นั้น อยู่ที่การพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) และธปท.

“แต่สิ่งที่ต้องจับตา ความต้องการบริโภคที่สูงขึ้นจากการท่องเที่ยว การส่งออก รายได้เกษตรกร และค่าจ้างที่อยู่ในระดับดี รายได้ภาคเกษตรสูงขึ้น และเงินบาทอ่อนค่า ที่จะเป็นแรงส่ง ทำให้เงินเฟ้อเพิ่มกว่าที่คาดได้ ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานเดือน ก.ย.66 เมื่อหักอาหารสดและพลังงานออก ลดลง 0.03% เมื่อเทียบกับเดือนส.ค.66 และเพิ่มขึ้น 0.63% เมื่อเทียบกับเดือน ก.ย.65 รวม 9 เดือนเพิ่มขึ้น 1.50%”