“รวมไทยสร้างชาติ” ประกาศร่วมรัฐบาลกับ “เพื่อไทย”

“รวมไทยสร้างชาติ” ประกาศร่วมรัฐบาลกับ “เพื่อไทย” ต้องการให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ ยันยังไม่มีการพูดคุยเรื่องตำแหน่งรัฐมนตรี

  • 36 เสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ
  • พร้อมโหวตนายกรัฐมนตรีให้พรรคเพื่อไทย

นายอัครเดช วงศ์พิทักษ์โรจน์ โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีการเจรจาร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยว่า ได้รับมอบหมายจากทาง นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ และนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์เลขาธิการพรรค ให้มาชี้แจงเรื่องการที่พรรครวมไทยสร้างชาติได้พูดคุยเรื่องการจัดตั้งรัฐบาล โดยคณะเจรจาของพรรครวมไทยสร้างชาติได้พูดคุยกับคณะเจรจาของพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการ เห็นพ้องร่วมกันในการที่พรรครวมไทยสร้างชาติจะร่วมรัฐบาล เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย ที่สำคัญคือการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้นกับประชาชนด้วย

“จุดยืนของพรรคที่สำคัญคือการที่จะไม่ร่วมงานกับพรรคการเมืองที่มีนโยบายในการแก้ไขกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งทางพรรคเพื่อไทยยืนยัน ในการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้จะไม่มีพรรคการเมืองดังกล่าวร่วมรัฐบาล ที่สำคัญเราเองก็ต้องการให้ประเทศขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้ วันนี้จึงมีความชัดเจนว่าพรรครวมไทยจะร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทยที่เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ยิ่งล่าช้าออกไปประเทศชาติและประชาชนจะได้รับผลกระทบ เช่น เรื่องพ.ร.บ.งบประมาณ ยิ่งล่าช้าประชาชนจะได้รับผลกระทบ จึงตัดสินใจร่วมรัฐบาล” นายอัครเดชกล่าว

ส่วนประเด็นเรื่องที่มีข่าวว่าได้มีการเจรจาเรื่องกระทรวงพลังงานและกระทรวงต่างๆ ขอยืนยันว่า ไม่ได้มีการเจรจาในการต่อรองกระทรวงใดๆทั้งสิ้น วันนี้คือการตกลงในหลักการที่พรรครวมไทยสร้างชาติจะร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย และทั้ง 36 เสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติก็พร้อมโหวตนายกรัฐมนตรีให้พรรคเพื่อไทย

ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องโควตารัฐมนตรีจะมีความชัดเจนก่อนโหวตนายกฯหรือไม่ นายอัครเดชกล่าวว่า ยังมีเวลาในการพูดคุยพรุ่งนี้(18ส.ค.) ตนเองจะเป็นตัวแทนของพรรครวมไทยสร้างชาติ จะไปพูดคุยกับวิป 3 ฝ่าย คือวิปพรรค 10 พรรค วิป8พรรค และวิปวุฒิสภา เป็นการประชุมที่ประธานรัฐสภาหารือในการที่จะประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีในวันที่ 22 สิงหาคม ดังนั้นยังมีเวลาที่คณะเจรจาจะพูดคุยกันในรายละเอียดเรื่องความเหมาะสมการบริหารงานกระทรวงต่างๆ

ส่วนการเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทยให้ที่ประชุมสภาโหวตจะมีปัญหาหรือไม่ เป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยจะต้องเป็นผู้ชี้แจง