“พายุเตี้ยนหมู่”ซัดถนนกรมทางหลวงพังยับใน 18 จังหวัด-ทางหลวง เร่งลงพื้นที่อำนวยสะดวกให้ประชาชนสัญจรได้ใน 24 ชั่วโมง

นายสราวุธ ทรงศิวิไล อธิบดีกรมทางหลวง(ทล.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนเตี้ยนหมู่   กรมทางหลวงขานรับข้อสั่งการนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนทันที ซึ่งจากสำรวจล่าุด ทล. พบว่า มีถนนทางหลวงถูกน้ำท่วมและดินสไลด์ใน 18 จังหวัด สายทางที่ได้รับผลกระทบมี 32  สายทาง ชำรุดเสียหายกว่า 69 แห่ง ซึ่งถนนที่เสียหาย พบว่า จราจรยังสามารถใช้สัญจรผ่านไปมาได้ 59  แห่ง และผ่านไม่ได้ 9   แห่ง   

สำหรับสายทางที่ถูกน้ำท่วมและดินสไลด์จำนวน 18 จังหวัด แบ่งเป็น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ได้แก่  จ.กาฬสินธุ์ (2 สาย 2 แห่ง)  ได้แก่ ทล.2009 และ ทล.12 จ.ชัยภูมิ (2 สาย 3 แห่ง)  ได้แก่  ทล.201  และ ทล.205  จ.อำนาจเจริญ ( 1 สาย 1 แห่ง)  ได้แก่  ทล.202  จ.สุรินทร์( 2 สาย 2 แห่ง)  ได้แก่  ทล.214 และ ทล.2334  จ.ขอนแก่น ( 2 สาย 2 แห่ง)  ได้แก่ ทล.12  และ ทล.229  จ.นครราชสีมา  (9  สาย 17  แห่ง) ได้แก่  ทล.2217 ,  ทล.2256 , ทล.201 , ทล.205  , ทล.2  , ทล.2421 , ทล.2148 , ทล.2150 และ ทล.2068  จ. ศรีสะเกษ (1 สาย 2 แห่ง) ได้แก่ ทล.2111 จ.อุบลราชธานี (1 สาย 3 แห่ง) ได้แก่ ทล.24  ร้อยเอ็ด (1 สาย 3 แห่ง) ได้แก่ ทล.24

ภาคกลาง  ได้แก่   สุโขทัย ( 7 สาย 14 แห่ง )  ได้แก่ ทล.12 , ทล.101 ,  ทล.125 , ทล.1056 , ทล.1113 , ทล.1272  , ทล.1347  , ทล.1308 , ทล.1195  จ.ลพบุรี (1 สาย 2 แห่ง)  ได้แก่ ทล.3473   จ.กำแพงเพชร ( 1 สาย 4 แห่ง)  ได้แก่  ทล.1  จ.พระนครศรีอยุธยา (1 สาย 2 แห่ง)  ได้แก่  ทล.32     จ.เพชรบูรณ์ (2 สาย 5 แห่ง)  ได้แก่ ทล.225  และ ทล.21   จ.พิษณุโลก (1 สาย 1 แห่ง)  ได้แก่ ทล.126  จ.สุพรรณบุรี (2 สาย 2 แห่ง)  ได้แก่  ทล.33 และ ทล.340   และ จ.ตาก (2 สาย 2 แห่ง)  ได้แก่  ทล.101 และ ทล.1

สำหรับเส้นทางที่การจราจรไม่สามารถผ่านได้  7 สายทาง 9 แห่ง ได้แก่ ในพื้นที่ จ.สุโขทัย  (4 สายทาง 4 แห่ง)

–  ทล. 12  ตอน เมืองเก่า – สุโขทัย ช่วงกม.ที่ 168+178 – 171+270 ด้านซ้ายทาง ระดับน้ำสูง 40 ซม.  

– ทล. 125 แจกัน – บ้านสวน ช่วง กม.ที่ 14+875 – 19+400 ด้านซ้ายทาง ระดับน้ำสูง 60 ซม.

– ทล. 1113 เมืองเก่า – ดอนโก ช่วง กม.ที่ 2+600 – 2+700 ด้านซ้ายและขวาทาง ระดับน้ำสูง 35 ซม.

– ทล. 1347 วัดโคก – สระบัว ช่วง กม.ที่ 1+800 – 3+200 (เป็นช่วงๆ) ด้านซ้ายทาง ระดับน้ำสูง 40 ซม.

หากเดินทางจากตากไปพิษณุโลกขอให้ใช้ทางเลี่ยง ทล. 12 แทน

และที่จังหวัดกำแพงเพชร เส้นทางที่การจราจรไม่สามารถผ่านได้   1 สายทาง ถนนเสียหาย 3 แห่ง ประกอบด้วย

 ทล. 1 ตอน โนนปอแดง – ปากดง ช่ว งกม.ที่ 432+030 (จุดกลับรถคลองสุวรถนนรณ) ระดับน้ำสูง 120 ซม.

,ทล. 1 ตอน โนนปอแดง – ปากดง ช่วง กม.ที่ 419+036 (จุดกลับรถคลองพะยอม) ระดับน้ำสูง 100 ซม. ,ทล. 1 ตอน โนนปอแดง – ปากดง ช่วง กม.ที่ 431+701 (จุดกลับรถคลองสุวรรณ) ระดับน้ำสูง 120 ซม.

ส่วนที่ จังหวัดสุพรรณบุรี ได้รับความเสียหาย 2 สายทาง ชำรุด  2 แห่ง  ประกอบด้วย ทล.33  ตอน สุพรรณบุรี-นาคู ช่วง กม.ที่ 9+886 (สะพานคลองทับน้ำ)  ระดับน้ำสูง 40 ซม. และ ทล.340 ตอน สาลี-สุพรรณ ช่วง กม.ที่ 59+674 บริเวณสะพานศาลเจ้าแม่ทับทิม ระดับน้ำสูง 50 ซม.

โดยกรมทางหลวงได้เข้าพื้นที่อย่างเร่งด่วนให้ช่วยเคลื่อนย้ายประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย พร้อมติดตั้งป้ายเตือนจัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกปลอดภัยให้กับประชาชนบนทางหลวงในการสัญจร และบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ขอให้ประชาชนผู้ใช้เส้นทางหลวงเดินทางด้วยความระมัดระวังเพื่อความปลอดภัยและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่คาดว่าจะเกิดความสุ่มเสี่ยง พร้อมขอให้ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำและคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด และหากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่สำนักงานทางหลวง แขวงทางหลวง หมวดทางหลวงในพื้นที่ และสายด่วนกรมทางหลวง 1586  (โทรฟรีทุกเครือข่ายตลอด 24 ชั่วโมง) และสามารถติดตามการรายงานสถานการณ์สภาพเส้นทางได้ที่ทวิตเตอร์กรมทางหลวง @prdoh1