พาณิชย์พบคนไทยเป็น “นอมินี” ให้คนต่างด้าว

  • มีทั้งท่องเที่ยว-อสังหาฯเตรียมดำเนินคดีเอาผิด
  • ส่งดีเอสไอสอบต่อ-เตือนคนไทยอย่าร่วมมือ
  • ปี 64 เดินหน้าตรวจสอบต่อปกป้องประโยชน์คนไทย

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงผลการตรวจสอบคนไทยที่ให้ความช่วยเหลือสนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจ หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) เพื่อหลบเลี่ยงให้สามารถประกอบธุรกิจภายใต้พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542 โดยไม่ต้องขออนุญาต หรือทำธุรกิจต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าวได้ว่า ในปี 63 กรมได้ตรวจสอบธุรกิจเป้าหมาย 3 ธุรกิจ ได้แก่ ท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม รีสอร์ท โดยเน้นตรวจสอบในพื้นที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญ และเป็นแหล่งที่มีคนต่างชาติมาลงทุน ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี (เกาะสมุย) กระบี่ พังงา ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และกรุงเทพฯ

สำหรับผลการตรวจสอบเบื้องต้น พบนิติบุคคลน่าสงสัยว่าอาจมีพฤติกรรมเข้าข่ายเป็นนอมินี จำนวน 5 ราย โดยประกอบธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับท่องเที่ยว 2 ราย และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ 3 ราย ซึ่งอยู่ที่จังหวัดชลบุรี 4 ราย และประจวบคีรีขันธ์ 1 ราย กรมได้ส่งข้อมูลให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สืบสวนสอบสวนเชิงลึกแล้ว เช่น ตรวจสอบความสัมพันธ์ของคนไทยกับชาวต่างชาติ ตรวจสอบเส้นทางการเงิน ตรวจสอบการชำระภาษี เป็นต้น

“ธุรกิจที่เข้าข่ายเป็นนอมินีทั้ง 5 ราย จากการตรวจสอบ พบพยานหลักฐานที่ค่อนข้างชี้ชัดว่า มีคนไทยและคนต่างด้าวที่ยินยอมให้คนไทยให้ความช่วยเหลือสนับสนุน หรือร่วมประกอบธุรกิจ หรือถือหุ้นแทนคนต่างด้าว โดยหลีกเลี่ยงหรือฝ่าฝืนพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ.2542 ซึ่งมีความผิดตามมาตรา 36, 37 และ 41 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 ถึง 1 ล้านบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งกรมจะร้องทุกข์กล่าวโทษตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป”นายทศพลกล่าว

สำหรับในปี 64 กรมมีแผนการตรวจสอบอย่างต่อเนื่อง และกำหนดกลุ่มธุรกิจเป้าหมาย 3 ประเภท ได้แก่ ธุรกิจท่องเที่ยวและเกี่ยวเนื่อง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และธุรกิจที่เกี่ยวกับการเกษตร (ล้ง) ในพื้นที่ 10 จังหวัด ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ สุราษฎร์ธานี กระบี่ ชลบุรี ระยอง ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และกรุงเทพฯ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ขอคนไทย เพราะธุรกิจเหล่านี้เป็นธุรกิจสงวนสำหรับคนไทย แต่ธุรกิจท่องเที่ยว ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 จนซบเซา กรมจะร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรเน้นการตรวจสอบเชิงแนะนำการปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายมากกว่า

“นอมินี ส่วนใหญ่เกิดจากมีคนไทยยอมรับผลประโยชน์ หรือสมยอม หรือที่ปรึกษากฎหมายแนะนำให้หลีกเลี่ยงกฎหมาย และคนไทยถือหุ้นในกิจการร่วมกับคนต่างด้าวจำนวนมาก จึงขอเตือนคนไทย อย่ามีพฤติกรรมในลักษณะดังกล่าว เพราะเป็นความผิดที่มีอัตราโทษค่อนข้างสูง ซึ่งกรมจะตรวจสอบพฤติกรรมนี้ต่อเนื่อง และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดทุกราย”