พาณิชย์จี้ห้าง-ผู้ผลิตน้ำมันปาล์มขวดตรึงราคาขาย

  • “จุรินทร์”ย้ำล่าสุดห้างขายไม่เกินขวดละ 49 บาท 
  • คาดเดือนมี.ค.ราคากลับสู่ปกติหลังผลปาล์มออก 
  • เดินหน้าดูแล 2 ฝ่ายทั้งชาวสวนปาล์ม-ผู้บริโภค 

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยถึงปัญหาน้ำมันปาล์มบรรจุขวดราคาแพง และบางพื้นที่ขาดแคลนว่า ยอมรับว่า ขณะนี้น้ำมันปาล์มขวดสำหรับบริโภคมีราคาแพงจริง ซึ่งเป็นผลจากราคาผลปาล์มสดในช่วงที่ผ่านมาปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องจากกิโลกรัม (กก.) ละ 2-3 บาท เป็น กก. ละ 7 บาท จนทำให้ต้นทุนน้ำมันปาล์มบรรจุขวดสูงขึ้นตาม แต่ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ได้หารือกับโรงงานสกัดน้ำมันปาล์ม โรงกลั่นน้ำมันปาล์ม และห้างสรรพสินค้า เพื่อให้ช่วยตรึงราคาจำหน่ายให้นานที่สุด และไม่ให้หาผลกำไร จนสร้างความเดือดร้อนกับประชาชน ซึ่งล่าสุด ขายอยู่ที่ขวดละ 49 บาท

“ปกติราคาผลปาล์มสดที่กก.ละ 7 บาท หากคิดเป็นน้ำมันปาล์มขวดจะตกขวดละ 55 บาท แต่ที่ผ่านมากรมการค้าภายใน ได้เจรจากับผู้ผลิต ผู้ค้า และหาทางตรึงราคาไว้ ซึ่งล่าสุดในห้างสรรพสินค้าก็ขายกันไม่เกินขวดละ 49 บาท หรือต่ำกว่านั้น เพื่อดูแลไม่ให้ผู้บริโภคเดือดร้อน คาดว่าตั้งแต่เดือนมี.ค.64 เป็นต้นไป ผลผลิตปาล์มสดจะออกมามาก ราคาน่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ”   

ทั้งนี้ ยืนยันว่า กระทรวงพาณิชย์พร้อมดูแลผู้ได้รับผลกระทบทั้ง 2 ทาง ทางหนึ่งต้องช่วยดูแลเกษตรกร ให้ขายผลผลิตได้ราคาดี ซึ่งที่ผ่านมา ราคาผลปาล์มสดไม่สูง และเพิ่งมีโอกาสขายได้ราคาสูงในช่วงนี้ แต่ขณะเดียวกัน ก็ต้องดูแลผู้บริโภคด้วย เพราะเกษตรกรอยากได้ราคาสูง ผู้บริโภคก็อยากได้ราคาต่ำ ดังนั้น กระทรวงพาณิชย์จะต้องหาจุดสมดุลให้ทั้ง 2 ฝ่าย 

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า ได้สั่งการให้พาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ ออกตรวจสอบราคาสินค้าที่จำหน่ายในร้านค้าที่ได้รับประโยชน์จากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนละครึ่ง เราชนะ รวมถึงเรารักกัน ที่กำลังจะออกมาด้วย เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าอย่างไม่สมเหตุสมผล จนทำให้ประชาชนที่ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลได้รับความเดือดร้อน พร้อมกับสั่งให้รายงานสถานการณ์ราคาสินค้าเข้ามาที่กระทรวงพาณิชย์ทุกวัน อย่างไรก็ตาม หากร้านไม่ปิดป้ายแสดงราคาสินค้าให้ชัดเจน จะมีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าฉวยโอกาสปรับขึ้นราคา หรือจำหน่ายสินค้าในราคาที่สูงเกินสมควร มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ