พรรคเพื่อไทยไม่ไหวทน! ฉะพรรคก้าวไกลทำลายบรรยากาศไล่ “ประยุทธ์”

นายประเสริฐ จันทรรวงทอง ส.ส. นครราชสีมาและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ในฐานะรองประธานกรรมาธิการงบประมาณ พ.ศ.2565 กล่าวถึงกรณี กมธ. งบประมาณ 2565 มีมติให้นำเงินงบประมาณที่ปรับลดจำนวน 16,362 ล้านบาท ไปไว้ที่งบกลางว่า สถานการณ์ระบาดของโควิด ที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น สร้างผลกระทบกับประชาชนอย่างหนัก กมธ.งบประมาณส่วนใหญ่จึงมีความเห็นตรงกันว่า การขอเพิ่มงบประมาณ ตามที่คณะรัฐมนตรีเสนอมานั้นควรนำมาตั้งไว้ในส่วนของงบกลาง ซึ่งมีวัตถุประสงค์ชัดเจนว่า เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบรรเทาแก้ไขปัญหาและเยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนสูงสุด 

นอกจากนี้รัฐธรรมนูญมาตรา 144 กำหนดว่า ในการพิจารณางบประมาณ การเสนอ การแปรญัตติ หรือการกระทำใดๆ ของ กมธ. มีส่วนไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อมในการใช้งบประมาณรายจ่าย จะกระทำมิได้ โดย กมธ.งบประมาณในส่วนของพรรคเพื่อไทย เห็นตรงกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณในข้อวิตกกังวลนี้ และเห็นว่าการนำงบประมาณส่วนนี้ไปไว้ในงบกลาง จะตัดข้อสงสัยว่า ส.ส.หรือ กมธ.งบประมาณ มีส่วนร่วมในการใช้งบประมาณไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม

“การตัดสินใจของ กมธ.งบประมาณ ในส่วนของพรรคเพื่อไทย ไม่เกี่ยวกับสถานภาพ หรือการยอมรับในตัวนายกรัฐมนตรี และรัฐบาลชุดนี้ ที่พรรคเพื่อไทยเห็นว่าไร้ประสิทธิภาพ ไร้ความสามารถในการบริหารราชการแผ่นดิน และกำลังจะยื่นญัตติเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจในเร็ววันนี้ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องการกลัวจนเกินเหตุเหมือนที่ กมธ.งบประมาณในส่วนของพรรคก้าวไกลกล่าวอ้าง แต่พรรคเพื่อไทยซึ่งผ่านการรัฐประหาร ผ่านการยุบพรรคและผ่านการต่อสู้ทางการเมืองมามากว่า 20 ปี ให้เกียรติ ส.ส. ในการตัดสินใจประเมินความเสี่ยงทางการเมือง”นายประเสริฐกล่าว

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า กมธ.งบประมาณในส่วนของพรรคเพื่อไทย ได้ตั้งข้อสังเกตในการใช้งบกลางก้อนนี้ที่จะต้องใช้ตรงตามวัตถุประสงค์ คือเป็นการใช้สำหรับการแก้ไขปัญหา เยียวยา ผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 โดยพรรคเพื่อไทยจะดำเนินการตรวจสอบการใช้งบประมาณแผ่นดินอย่างเข้มข้น ไม่ว่าจะเป็น งบกลาง หรือ งบประมาณรายจ่ายด้านอื่นๆ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ โดยนายไชยา พรหมา ส.ส.หนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นประธานคณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร อยู่จะติดตามตรวจสอบอย่างเข้มข้น

“พรรคเพื่อไทยขอเรียนให้พี่น้องประชาชนทราบว่า พรรคมีความอดทนอดกลั้นมาตลอดในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ที่ต้องการรักษาเอกภาพและบรรยากาศทำงานร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้านไว้ให้ดีที่สุด ความคิดเห็นที่แตกต่างกันในกระบวนการทำงานเป็นสิทธิและความเห็นที่พรรคให้เกียรติพรรคร่วมฝ่ายค้านมาโดยตลอด พรรคเพื่อไทยเห็นว่าการไม่พูดข้อเท็จจริงให้รอบด้าน การพูดในที่ประชุมอย่างหนึ่งแล้วสื่อสารในโซเชียลมีเดียอีกอย่างหนึ่ง เป็นการสร้างความสับสน สร้างความเข้าใจผิดให้กับประชาชน อาจส่งผลต่อความหวังของพี่น้องประชาชนที่ต้องการเห็นพรรคร่วมฝ่ายค้านทำงานร่วมกัน เพื่อยุติการสืบทอดอำนาจของพลเอกประยุทธ์ให้สำเร็จ” เลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าว