
- คต.ออก 6 มาตรการอำนวยความสะดวกช่วงโควิดระบาดรอบใหม่
- รุกให้บริการผ่านดิจิทัลไม่ต้องเดินทางมาเอง
- มั่นใจมีมาตรการคุมเข้มงานให้บริการไม่สะดุดแน่
นายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ (คต.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ โรคโควิด-19 ระลอกใหม่ กรมได้กำหนด 6 มาตรการหลักในการอำนวยความสะดวกทางการค้า ให้กับผู้ประกอบการที่ใช้บริการของกรม โดยเฉพาะการให้บริการแบบดิจิทัล เพื่อบรรเทาผลกระทบให้แก่ผู้ประกอบการ และปฏิบัติตามนโยบายเว้นระยะห่างทางสังคม ลดความเสี่ยง ความแออัด และความจำเป็นในการเดินทางมายังกรม
สำหรับ 6 มาตรการดังกล่าว ได้แก่ 1. ขยายเวลาวันหมดอายุสำหรับบัตรประจำตัวผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้า และบัตรประจำตัวผู้รับมอบอำนาจ ที่จะหมดอายุวันที่ 15 เม.ย.-31 ก.ค.64 ออกไปอีก 3 เดือน โดยอัตโนมัติ 2. อนุญาตให้ผู้ประกอบการส่งคำขอขึ้นทะเบียนเป็นผู้ส่งออก-นำเข้าสินค้าที่มีมาตรการควบคุมการส่งออก-นำเข้าผ่านทางไปรษณีย์และสามารถตรวจสอบผลการพิจารณาและเลขทะเบียนผ่านระบบลงทะเบียนผู้ประกอบการออนไลน์ของกรมฯ (Registration Database) ได้ 24 ชั่วโมง
- เชิญชวนให้ผู้ประกอบการเลือกใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ (e-Form D) หรือการรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเอง (ASEAN Wide Self Certification) สำหรับการส่งออกไปยังอาเซียนแทนการใช้หนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าแบบกระดาษ 4.ผลักดันให้ผู้ประกอบการลงลายมือชื่อและตราประทับอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสะดวกและรวดเร็ว เพื่อลดการสัมผัสกระดาษและลดระยะเวลาที่ใช้ในการรับบริการ สำหรับหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าทั่วไป (C/O ทั่วไป) ให้ผู้ประกอบการประสานผู้นำเข้าปลายทางเพื่อยกเว้นการขอ C/O ทั่วไปสำหรับการผ่านพิธีการศุลกากรในช่วงนี้
5.เพิ่มการให้บริการออกใบอนุญาตและหนังสือรับรองการส่งออก-นำเข้าสินค้าแบบไร้เอกสาร โดยกรมได้เชื่อมโยงข้อมูลหนังสือสำคัญฯ กับกรมศุลกากรผ่านระบบ National Single Window เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถประกอบพิธีการทางศุลกากร โดยไม่จำเป็นต้องใช้เอกสารแบบกระดาษอีกต่อไป และ6.อนุญาตให้ผู้ประกอบการใช้แบบฟอร์มรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าด้วยตนเองตามที่กรมกำหนด มายื่นประกอบการขอรับหนังสือรับรองแสดงการได้สิทธิชำระภาษีตามพันธกรณีตามความตกลงการเกษตรภายใต้องค์การการค้าโลก (ดับบลิวทีโอ) ในช่วงวันที่ 15 เม.ย.-31 ก.ค.นี้ กรณีที่ไม่สามารถนำ C/O จากประเทศต้นทางมาแสดงได้เนื่องจากการล็อกดาวน์
นายกีรติฯ กล่าวต่อว่า กรมยังมีมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาด โดยจัดทำระบบ Timeline a Day Report สำหรับให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของกรม เข้าไปกรอกข้อมูล การเดินทางและกิจกรรมในแต่ละวัน เช่น สถานที่ที่ไปทำกิจกรรม ช่วงเวลา และรูปแบบ การเดินทาง เป็นต้น สำหรับใช้เป็นข้อมูลติดตามและกำกับดูแล เพื่อลดโอกาสเข้า พื้นที่เสี่ยง ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ประกอบการว่า กรมคำนึงความปลอดภัยในการให้บริการอย่างเต็มที่
นอกจากนี้ ยังได้แบ่งชุดเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานด้านบริการเป็นทีม A B C สลับกันมาปฏิบัติงาน เพื่อลดความเสี่ยงกรณีมีผู้ติดเชื้อและต้องกักตัว จึงมั่นใจได้ว่างานบริการสำหรับผู้ประกอบการ ยังดำเนินการต่อไปได้โดยไม่ติดขัดในช่วงการแพร่ระบาดรอบใหม่นี้










