
- ย้ำพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่อโดยคำนึงความปลอดภัยของประชาชน
- กู้เงินเพื่อเยียวยาและฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
- จ่ายเงิน 5 พันบาทเพื่อดำรงชีวิตช่วงโควิดไม่ได้ให้ไปผ่อนรถมอเตอร์ไซต์
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร เรื่องการประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่า รัฐบาลต้องการให้การทำงานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เพราะพ.ร.บ.ควบคุมโรคไม่สามารถทำงานได้อย่าง เป็นระบบ แต่พ.ร.ก.ฉุกเฉินทำให้ รัฐบาลมีความคล่องตัวในการสั่งการ และทำให้ตัวเลขของผู้ติดเชื้อลดลง
ทั้งนี้หากไม่ใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็เกิดความจอลหม่าน แล้วจะมีใครรับผิดชอบ สุดท้ายก็จะโทษมาที่รัฐบาล ดังนั้นยืนยันว่ารัฐบาลพิจารณาอย่างรอบคอบ และใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินเฉพาะจำเป็นเท่านั้น จึงขอให้เข้าใจว่ามีมาตรการเบาไปหาหนัก ไม่ได้ใช้พร่ำเพรื่อ รัฐบาลคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนจำนวนมาก ไม่ได้ห้ามการเดินทางไปไหนมาไหน ไม่มีใครอยากใช้กฎหมาย แต่คนเราจะปฏิเสธกฎหมายไม่ได้ มีมาตราหนึ่งบอกไว้ว่าคนไทยทุกคนต้องปฏิบัติและเคารพกฏหมาย จะอ้างว่าไม่รู้กฎหมายไม่ได้ รัฐบาลทุกรัฐบาลผ่อนผันกันมา แต่บางเรื่องปล่อยไปไม่ได้ ไม่เช่นนั้นจะเกิดความเสียหาย
สำหรับเรื่องการเรียนออนไลน์ ขออย่ามองสิ่งที่เป็นปัญหา ตนเคยได้ให้นโยบายไว้กับกระทรวงที่เกี่ยวข้องว่าจะทำอย่างไรให้นักเรียนมีการเรียนต่อเนื่อง และเห็นว่าพ่อแม่ผู้ปกครองและปู่ย่าตายายสามารถดูโทรทัศน์ไปพร้อมกับเด็ก ๆ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนค่าใช้จ่ายต่าง ๆ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีเอีเอส) จะเป็นผู้สนับสนุนอุปกรณ์และค่าใช้จ่าย
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า ได้ฟังรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ชี้แจงที่ประชุมแล้ว ซึ่งมีหลักการและเหตุผล ยกเว้นจะฟังแต่ปัญหาและความเดือดร้อน แต่ไม่ยอมฟังเหตุผลที่รัฐบาลชี้แจง จึงขอให้ทุกคนฟังในสิ่งที่รัฐมนตรีกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงในที่ประชุมสภาด้วย ถ้าทุกคนช่วยรัฐบาล โดยไม่ถือว่าตัวเองเป็นฝ่ายใด ประเทศไทยจะเดินหน้าไปได้ไกลกว่านี้”
สำหรับการเพิ่มค่าตอบแทนของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน(อสม.) กำนันและผู้ใหญ่บ้านในการต่อสู้กับโควิด-19 นั้น รัฐบาลได้จ่ายค่าตอบแทนไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งต้องไปทำความเข้าใจกับการใช้งบประมาณ เพราะมีทั้งงบประมาณฉุกเฉินและงบประมาณรายจ่ายประจำปี ซึ่งไม่ทราบว่าสถานการณ์จะยืดยาวไปเพียงใด ยืนยันว่ารัฐบาลไม่ทิ้งบุคลากรที่ปฏิบัติงานในช่วงสถานการณ์โควิด-19 อย่างแน่นอน แต่ขอให้ไปดูว่ามีใครทุจริตหรือไม่ ขณะนี้คงไม่มี ขอให้สบายใจว่า รัฐบาลดูแลอยู่
ส่วนที่มีข้อห่วงใยจากสมาชิกว่าการกู้เงินจะเป็นการเพิ่มหนี้ให้กับประเทศ นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ประเทศไทยมีหนี้สาธารณาอยู่แล้ว แต่การเป็นหนี้เพิ่มขึ้นอีก 51 % เพื่อการรักษา เยียวยาและฟื้นฟู ซึ่งจำแนกไว้แล้วว่าจะใช้เงินไปทำอะไรบ้าง และการบริหารจัดการเงินจะเป็นไปตามกฏหมายทุกประการ สำหรับมาตรการจ่ายเงินเยียวยา 5 พันบาทเป็นเวลา 3 เดือนว่า ให้ไปเพื่อดำรงชีวิตในช่วงโควิ ด-19 ไม่ได้ให้ไปผ่อนรถจักยานยนต์










