- เตรียมปล่อยที่ดินราชพัสดุให้ส.ป.ก.เช่ากว่า 5 หมื่นไร
- ปล่อยให้เช่ายาว 30 ปี คิดค่าเช่าแค่ 200 บาทต่อไร่
- กองทุนหมู่บ้าน เตรียมกำหนดทิศทางการใช้เงินใหม่
นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า วานนี้(22ม.ค.63) กรมธนารักษ์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ ทำข้อตกลงร่วมกันในการนำที่ดินของราชการมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่ในระดับชุมชน และสังคม ซึ่งแนวทางนี้เป็นนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ต้องการจะช่วยพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากตั้งแต่ระดับชุมชนให้มีความเข้มแข็ง
ทั้งนี้กรมธนารักษ์มีพื้นที่ราชพัสดุที่มีเจ้าของทั้งสิ้น 12.6 ล้านไร่ ซึ่งในจำนวนนี้ปล่อยเช่าให้หน่วยงานราชการต่างๆ กว่า 10 ล้านไร่ ดังนั้นกรมธนารักษ์จะไปดูว่าหน่วยงานราชการต่างๆ ที่เช่าที่ดินไปนำที่ดินเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์หรือไม่ ถ้าพบว่าไม่มีการนำไปใช้ประโยชน์ ก็เรียกที่ดินคืนเพื่อนำมาปล่อยให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)เช่าเพื่อนำไปมอบให้เกษตรกรทำประโยชน์ในพื้นที่ต่อไป ซึ่งปัจจุบันสามารถยึดคืนได้แล้ว กว่า 50,000 ไร่
อย่างไรก็ตามกรมธนารักษ์จะนำที่ดินที่เรียกคืนได้นำมาให้ส.ป.ก. เช่าที่ดินส่วนนี้ไปให้เกษตรกรใช้ทำมาหากิน โดยจะให้ส.ป.ก.เช่าระยะยาว 30 ปี คิดอัตราค่าเช่า 200 บาทต่อไร่ต่อปีเท่านั้น โดยกำหนดให้เกษตรกรครอบครองที่ดินราชพัสดุไม่เกินคนละ 10 ไร่ ทั้งนี้เมื่อปล่อยเช่าให้ส.ป.ก.นำไปมอบใช้เกษตรกรทำประโยชน์แล้ว หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะลงไปช่วยดูแลเรื่องสาธารณูปโภค เช่น แหล่งน้ำ ไฟฟ้า เป็นต้น ส่วนด้านเงินทุนก็มีธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) และธนาคารออมสินเป็นผู้ปล่อยสินเชื่อเพื่อสนับสนุนเกษตรกร
“การร่วมมือกันทั้ง 3 หน่วยงานครั้งนี้ จะทำงานให้ช่วยเหลือประชาชนฐานรากตรงเป้าหมายมากขึ้นเพราะเดิมต่างคนต่างทำ จึงอาจจะช่วยเหลือไม่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในช่วงเดือนก.พ.นี้ จะนำร่องส่งมอบที่ดินราชพัสดุของกรมธนารักษ์และที่ดินของส.ป.ก.ร่วมกันเพื่อให้เกษตรกรนำไปใช้ประโยชน์ ที่จังหวัดนครศรีธรรมราช”
ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่า การร่วมมือกันครั้งนี้จะสามารถช่วยเศรษฐกิจฐานราก และประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ชุมชนมีพื้นที่ทำมาหากินและที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามที่ผ่านส.ป.ก.มีการมอบเอกสารสิทธิให้ประชาชนเข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้กับเกษตรกรแล้ว 600,000 ไร่ จากพื้นที่ส.ป.ก.ทั้งหมดทั่วประเทศจำนวน 40 ล้านไร่ โดยการมอบพื้นที่ในแต่ละครั้งส.ป.ก.จะช่วยส่งเสริมอาชีพให้ชาวบ้าน และปรับโครงสร้างพื้นที่ให้เหมาะสมกับการเพาะปลูกด้วย
นายรักษ์พงษ์ เซ้งเจริญ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ คณะกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ กล่าวว่า ที่ผ่านในส่วนกองทุนหมู่บ้านยังไม่มีการกำหนดทิศทางที่ชัดเจน เมื่อได้งบประมาณมาก็จะให้ผู้นำชุมชนในแต่ละหมู่บ้านนำเงินไปจัดสรร ซึ่งบางแห่งผู้นำชุมชนก็นำเงินไปปล่อยกู้ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ของกองทุนหมู่บ้าน
“อย่างไรก็ตามต่อไปนี้จะมีการกำหนดทิศทางการใช้เงินในกองทุนหมู่บ้านทั้ง 80,000 แห่งให้ชัดเจน โดยจะดูว่าแต่ละชุมชนมีบริบทเป็นยังไง เพื่อนำมากำหนดทิศทางการใช้เงินว่าควรจะสนับสนุนอาชีพอะไรบ้างในชุมชนต่อไปนี้เพื่อให้เงินของกองทุนหมู่บ้านสนับสนุนได้ตรงกลุ่ม“