
ททท.ภูมิภาคภาคตะวันออกระดม 6 สำนักงานนำ 9 จังหวัดลุยขายเที่ยวเทรนด์ใหม่ Y Journey บวก Amazing 5F More
- ต.ค.-ธ.ค.66 จัดเต็มเที่ยวไทย 9 เทศกาล ไฮไลต์ อาหาร วิ่งมาราธอน ลอยกระทง
- 7 เดือนแรก กวาดรายได้แล้วกว่า 2.6 แสนล้าน ชลบุรีนำโด่ง 1.8 แสนล้านบาท
นายอัครวิชย์ เทพาสิต ผู้อำนวยการภูมิภาคภาคตะวันออก การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่าททท.ภาคตะวันออกได้ปรับแผนกลยุทธ์เพิ่มรายได้ท่องเที่ยวปลายปีตั้งแต่กันยายน 2566 วางกลยุทธ์ทำการตลาดเชิงรุกรวดเร็วตามนโยบายใหม่ของนางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท.คนใหม่ โดยเดินหน้านำร่องด้วยไฮไลต์ 2 เรื่องประกอบด้วย เรื่องที่ 1 ประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ โดยชูการใช้ ซีรีย์วายทำโครงการ Y Journey : Stay Like A Local ภายใต้แนวคิด Amazing 5F More กับ Sustainable Tourism Goals ซึ่งกำลังเป็นกระแสมาแรงสร้างประโยชน์ทางการตลาด ขณะนี้มอบหมายให้สำนักงาน ททท.ที่อยู่ในความดูแลทั้ง 6 แห่ง รับผิดชอบพื้นที่รวม 9 จังหวัด ร่วมกันสร้างสรรคอนเทนต์การท่องเที่ยว มุ่งถ่ายทอดเรื่องราวผ่านมินิซีรีส์ 6 เรื่อง เพื่อเปิดการท่องเที่ยวมุมมองใหม่ ผสมผสานเข้าด้วยกันทั้งอาหารการกิน การท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
เรื่องที่ 2 คัดสรร Influencer มานำเสนอแหล่งท่องเที่ยวมุมมองใหม่ ผนวกกับการขายซอฟท์ เพาเวอร์ 5F ชูไฮไลต์การท่องเที่ยวเชิงอาหารหรือ FOOD : รวบรวมทั้งเมนูและแหล่งผลิตวัตถุดิบอาหารโดยเน้นตามฤดูกาล ล่าสุดททท.ภาคตะวันออกได้แบรนด์ “อาอิโนะโมะโต๊ะ” เข้ามาเป็นพันธมิตรใหม่พร้อมจะร่วมมือกันสร้างภาพลักษณ์การท่องเที่ยวทั้งภูมิภาคเชิงบวกอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ภารกิจการขับเคลื่อนทั้ง 2 เรื่องข้างต้น ททท.ภาคตะวันออกมุ่ง “เจาะตลาดกลุ่มแฟนคลับซีรีย์วาย” ซึ่งขณะนี้ทั่วประเทศมีอยู่อย่างหนาแน่นมาก โดยมี Gen X วัย 50 ปีต้น ๆ รวมอยู่ด้วย เป็นกลุ่มติดตามการแสดงของศิลปิน Gen Y ที่ชื่นชอบ แล้วก็มีนักท่องเที่ยวเดินทางตามเส้นทางซีรีย์วายเพิ่มมากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับได้ร่วมประสบการณ์ท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมรับผิดชอบ ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม สร้างความยั่งยืน ไปพร้อม ๆ กัน
นายอัครวิชย์ กล่าวว่า ในตะวันออกได้รับเลือกให้เป็นภาคซึ่งเป็นตัวแทนการจัดซอฟท์ เพาเวอร์ ทางด้าน Festival :เทศกาล เมื่อเร็ว ๆ นี้นำร่องจัดงานไปเรียบร้อยแล้วเป็นเทศกาลทะเลภาคตะวันออกในจังหวัดชลบุรี แล้วยังจะมีเทศกาลดนตรี และเทศกาลพลุนานาชาติ เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าไปชมความยิ่งใหญ่อลังการต่อไป
สำหรับ “Festival/เทศกาล” ซึ่งเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวของภูมิภาคภาคตะวันออก เริ่มตั้งแต่ตุลาคม-ธันวาคม2566 จัดเตรียมไว้ให้เลือกเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวถึง 9 เทศกาล นำร่องในจันทบุรีมีมากสุด 4 งาน ได้แก่เทศกาลแรก “กินเจ” โดยใช้จันทบุรีเป็นไฮไลต์ ระหว่างวันที่ 12-23 ตุลาคม นี้ จะขยับจากจังหวัดท่องเที่ยวเมืองรองขึ้นเป็นเมืองหลัก จะเปิดเมืองรองรับการท่องเที่ยวสายบุญ เทศกาลที่ 2 งาน Walk Run Bike 9 วันที่ 29 ตุลาคม ที่จันทบุรี เทศกาลที่ 3 งานวิ่ง Khitchakutuphillrun เขาคิชฌกูฎ จัดครั้งแรก วันที่ 26 พฤศจิกายน นี้ เป็นการวิ่งเปิดป่าที่สวยงามสัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชชิด เทศกาลที่ 4 เทศกาลนานาชาติพลอยและเครื่องประดับจันทบุรี ระหว่างวันที่ 7-11 ธันวาคม 2566

เทศกาลที่ 5 งานวิ่งมาราธอนเขื่อนขุนด่านปราการชล Khun Dan Marathon 2023 @นครนายก วันที่ 15 ตุลาคม เทศกาลที่ 6 ประเพณีรับบัว ชมขบวนแห่และรับพรจากหลวงพ่อโต ขบวนเรือตกแต่งสวยงามลำละกว่า 1 ล้านบาทช่วงออกพรรษา ระหว่างวันที่ 22-30 ตุลาคม ที่จังหวัดสมุทรปราการ
ส่วนจังหวัดชลบุรีเตรียมจัด 3 เทศกาล ได้แก่ เทศกาลที่ 7 ประเพณีลอยกระทงเมืองพัทยา ประจำปี 2566 : Loy Krathong Pattaya Festival 2023 เทศกาลที่ 8 เทศกาลพลุนานาชาติเมืองพัทยา เดือนพฤศจิกายน 2566 โดยได้พันธมิตรจากเกาหลี ญี่ปุ่น มาร่วมสร้างสรรค์ความยิ่งใหญ่ เทศกาลที่ 9 งาน Bangsaen 21 Half Marathon 2023 วันที่ 17 ธันวาคม 2566
ผอ.อัครวิชย์ กล่าวว่า ภาคตะวันออกกับพันธมิตรพร้อมประกาศทำตลาดเชิงรุกด้านการท่องเที่ยวอย่างมีส่วนร่วมผิดชอบและยั่งยืน ด้วยกลยุทธ์สื่อสารไปถึงทุกภาคส่วนเพื่อจะเดินหน้าไปด้วยกันทั้งระดับประเทศและทั่วโลก โดยเฉพาะภาคตะวันออกมีพื้นที่ท่องเที่ยวเป็นโมเดลต้นแบบ ขณะนี้ ททท.ปูพรมด้วยวิธีขยายผลจับมือกับพันธมิตรหลักในชุมชนองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ “อพท.” ทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดมีคุณภาพและประสิทธิภาพที่ดี

ขณะที่สถานการณ์ท่องเที่ยวภาพรวมในภูมิภาคภาคตะวันออก 7 เดือนแรก ระหว่างมกราคม-กรกฎาคม 2566 มีจำนวนนักท่องเที่ยวรวมทั้งสิ้น 35,740,111 คน เติบโต 31% แบ่งเป็น คนไทย 25,973,635 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 8.76% ต่างชาติ 9,766,476 คน สร้างรายได้รวมทั้งสิ้น 260,127.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.28% มาจาก คนไทย 100,939.75 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.57% และต่างชาติ 159,187.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 145%
สถิตินักท่องเที่ยว 7 เดือนแรก ในภาคตะวันออก อันดับ 1 ชลบุรี จำนวนรวมทั้งสิ้น 13,283,808 คน เพิ่มขึ้น 15.65 % แบ่งเป็น คนไทย 7,397,172 คน-ครั้ง ลดลง 17.01 % ต่างชาติ 5,886,636 คน ทำรายได้ 181,124.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่า 59.09 % ส่วนโรงแรมที่พักในชลบุรีปี 2562 มีรวมประมาณ 80,000 ห้อง ตอนนี้เหลือ 70,000 ห้อง ซึ่งกำลังรอจังหวะกลับมาเปิดให้ครบร้อยเปอร์เซนต์
อันดับ 2 ระยอง มีสัญญาณที่ดีจากนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 765% ส่วนจันทบุรีมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเติบโตเพิ่มขึ้นกว่า 140% สะท้อนถึงนักท่องเที่ยวสนใจขยายไปยังพื้นที่ใหม่ ๆ เมื่อมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิก็มุ่งตรงเข้าชลบุรี แล้วกระจายตัวไปจังหวัดรอบภูมิภาค
อันดับ 3 ฉะเชิงเทรา นักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นกว่า 2,069% สามารถเพิ่มรายได้ตรงเข้าสู่พื้นที่ โดยมีสถานที่ท่องเที่ยวสายมู สายศรัทธา ซึ่งมีอินฟลูเอนเซอร์ต่างๆ นำเสนอจูงใจให้คนเดินทางเข้าไปสักการะขอพร อย่างวัดสมาน วัดจุกเฌอ และวัดอื่น ๆ จึงมีนักท่องเที่ยวชาวจีน ไต้หวัน นิยมมาขอพรเพิ่มขึ้น

ผอ.อัครวิชย์ ย้ำตอนท้ายว่า ททท.ภาคตะวันออก ทุกสำนักงาน ได้เดินหน้าประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และผู้ประกอบการแต่ละสาขาในพื้นที่ ร่วมมือกันสร้างภาพลักษณ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับพื้นที่เติบโตอย่างยั่งยืน ขานรับตลาดต่างประเทศกลุ่มคุณภาพได้เป็นอย่างดี พร้อมจะนำอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นเสาหลักกระตุ้นการใช้จ่ายเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจประเทศฟื้นตัวอย่างรวดเร็วในช่วงเวลาอันใกล้นี้ต่อไป
เรื่องโดย…#เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน #gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen










