ต้องโปร่งใส่ ยุติธรรม “เพื่อไทย” ชี้ควรเปิดรายชื่อบุคลากรทางการแพทย์ที่รับวัคซีนไฟเซอร์ให้ชัดเจน กันพวกตุกติก



วันนี้ (16 ส.ค.64) ที่ทำการพรรคเพื่อไทย นพ.กิตติศักดิ์ คณาสวัสดิ์ ส.ส.มหาสารคาม พรรคเพื่อไทย และ นพ.ทศพรเสรีรักษ์ สมาชิกพรรคเพื่อไทย ร่วมกันแถลงข่าวการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 และการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ โดย นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวว่า ขณะนี้วิกฤตการณ์ระบาดของโรคโควิด-19 บุคลากรทางการแพทย์และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนเต็มใจทำงานหนักด้วยวิชาชีพ แต่ขอความยุติธรรมในการจัดสรรอุปกรณ์ และทรัพยากรในการรักษาผู้ป่วยและการป้องกันตนเองจากโรคระบาด เพื่อเป็นขวัญกำลังใจให้กับคนทำงานด้วย

ทั้งนี้ นพ. กิตติศักดิ์ ยังกล่าวย้ำว่า หลักการทำงานช่วงวิกฤตเช่นนี้ ต้องมีความโปร่งใสและอธิบายได้ เช่นเดียวกับการจัดซื้อชุดตรวจโควิด-19 Antigen test kit (ATK) คือหัวใจของการควบคุมโรค ทาง ศบค.ควรดูแลการจัดซื้อให้ได้ชุดตรวจที่มีคุณภาพในราคาที่เหมาะสม ซึ่งหากตรวจได้มาก ตรวจได้เร็ว ก็มีส่วยจะช่วยควบคุมสถานการณ์การระบาดของโรคได้ดีขึ้น 

แต่ในขณะนี้สถานการณ์ในพื้นที่ส่วนกลางระบาดหนัก ทำให้ประชาชนที่มีภูมิลำเนาในต่างจังหวัดที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร ต้องหนีตายกลับบ้าน ทำให้เชื้อกระจายโดยไม่ตั้งใจ ดังนั้นเพื่อเป็นการแบ่งเบาการรักษาจากส่วนกลางไปสู่พื้นที่ต่างจังหวัด ศบค.ควรมีระบบการส่งตัวผู้ป่วยด้วยวิธีการทางสาธารณะสุขอย่างถูกต้อง จะทำให้อัตราการแพร่เชื้อลดลงได้  

ด้าน นพ.ทศพร กล่าวว่า หลังจากได้รับแจ้งกรณีการจัดสรรวัคซีนไฟเซอร์ของโรงพยาบาลภูมิพล  พบบัญชีรายชื่อมีพิรุธ รายชื่อบุคลากรทางการแพทย์หล่นหายไปจากระบบ ซึ่งถือเป็นปัญหาส่วนที่โผล่พ้นน้ำให้เห็นเท่านั้น อีกทั้งยังมีส่วนแอบซ่อนอยู่อีกมาก จึงขอเรียกร้องทุกหน่วยงานในโรงพยาบาลเชิญตัวแทนทุกกลุ่มงานแต่ละส่วน ที่ทำงานร่วมกันมาจัดลำดับการได้รับวัคซีนไฟเซอร์อย่างเท่าเทียม และเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

ทั้งนี้เมื่อสรุปรายชื่อแล้ว จะต้องติดประกาศผู้ได้รับวัคซีนไฟเซอร์อย่างชัดเจน เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้ โดยสิ่งที่ต้องตามต่อจากนี้คือ ความโปร่งใสของบุคคลในบัญชีรายชื่อที่ฉีดไปแล้วว่า เป็นไปตามนั้นหรือไม่

“ในหลักการทุกคนในโรงพยาบาลควรได้รับวัคซีน ไม่เว้นแม้แต่พนักงานซักล้าง พนักงานทำความสะอาด หรือบุคคลที่ออกช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ แต่หากมีข้อจำกัด ก็ต้องมาตกลงร่วมกันอย่างเปิดเผย รับรู้กันทุกคน หากพบข้อมูลความไม่ชอบมาพากล หรือไม่ได้รับความเป็นธรรมเรื่องการรับวัคซีน ขอให้ส่งข้อมูลมาที่เฟซบุ๊คกลุ่ม we care อาสาเพื่อไทยเพื่อดำเนินการช่วยติดตามตรวจสอบต่อไป จะไม่มีใครคนหนึ่งปลอดภัยได้ โดยคนที่เหลือไม่ได้ฉีดวัคซีน” นพ.ทศพรกล่าว