ดาวโจนส์แกว่งตัวแคบ ลดลงกว่า 15 จุด ตัวเลขว่างงานเพิ่ม


.ผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด
.นักลงทุนเทขายหุ้นบางส่วน เพื่อลดความเสี่ยง จับตามเศรษฐกิจฟื้น
.ผลประกอบการไตรมาส 2 ของบริษัทจดทะเบียนยังมีทิศทางสดใส

เมื่อเวลา 21.55 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวที่ระดับ 34,782.02 จุด ลดลง
15.98 จุดหรือ -0.05% ดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิส เคลื่อนไหวที่ 14,680.98 จุด เพิ่มขึ้น 49.03 จุด หรือ +0.34%
ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 อยู่ที่ระดับ 4,364.86 จุด เพิ่มขึ้น 6.17 จุด หรือ +0.14%

ตลาดหุ้นสหรัฐแกว่งตัวแคบ และผันผวน หลังปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่องมา 2 วัน นักลงทุนขายหุ้นบางส่วนออกมา หลังกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 419,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค. จากระดับ 368,000 รายในสัปดาห์ก่อนหน้านี้ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 350,000 ราย

อย่างไรก็ดี จำนวนชาวอเมริกันที่ยังคงขอรับสวัสดิการว่างงานต่อเนื่องลดลงสู่ระดับ 3.24 ล้านราย ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในเดือนมี.ค.2563

ขณะเดียวกัน สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่า ยอดขายบ้านมือสองฟื้นตัวขึ้นในเดือนมิ.ย. หลังจากร่วงลงติดต่อกัน 4 เดือน โดยเพิ่มขึ้น 1.4% สู่ระดับ 5.86 ล้านยูนิต แต่ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.90 ล้านยูนิต

ยอดขายบ้านมือสองได้รับผลกระทบจากราคาบ้านที่พุ่งสูง, สต็อกบ้านในระดับต่ำ และราคาวัสดุสร้างบ้านที่พุ่งขึ้น
ทั้งนี้ เมื่อเทียบรายปี ยอดขายบ้านมือสองเพิ่มขึ้น 22.9% ในเดือนมิ.ย. โดยราคาเฉลี่ยของบ้านพุ่งขึ้น 23.4% สู่ระดับ 363,300 ดอลลาร์

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณายอดขายบ้าน และสต็อกบ้านในตลาด พบว่า ผู้ขายบ้านต้องใช้เวลา 2.6 เดือนในการขายบ้านจนหมดสต็อกในตลาด ลดลงจากระดับ 3.9 เดือนในช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

นักลงทุนยังคงจับตารายงานผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์นี้ โดยบริษัทราว 15% ในดัชนี S&P 500 ได้รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 แล้ว ซึ่ง 88% จากจำนวนดังกล่าวมีกำไรสูงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ 84% มีรายได้สูงกว่าคาด

โดมิโน่ระบุว่า บริษัทมีกำไรที่ระดับ 3.12 ดอลลาร์/หุ้น สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 2.87 ดอลลาร์/หุ้น
โดยมีรายได้ที่ระดับ 1.03 พันล้านดอลลาร์ สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 972.3 ล้านดอลลาร์

ขณะที่ฝั่งธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งได้มีการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายและวงเงินในการซื้อพันธบัตรในการประชุมนโยบายการเงินในวันนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้ โดย ECB ระบุว่า ทางธนาคารจะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจนกว่าเงินเฟ้อแตะระดับเป้าหมาย 2% ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่า ECB จะยังไม่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไปอีก 2 ปี