ดาวโจนส์ปิดร่วงแรง 646 จุด กังวลเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐ-จับตาเงินเฟ้อ

.ตลาดกังวลผลการเลือกตั้งที่ยังสูสี หวังพรรครีพับลิกันกุมเสียงข้างมากกดดันเฟดชะลอขึ้นอัตราดอกเบี้ย

.ราคาคริปโทเคอร์เรนซีร่วงหนัก ปั่นปวนบรรยากาศซื้อขายตลาดหุ้นร่วงตามด้วย

. นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันนี้

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดวันที่ 9 พ.ย.ที่ระดับ 32,513.94 จุด ร่วงลงแรง 646.89 จุด หรือ -1.95%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 3,748.57 จุด ลดลง 79.54 จุด หรือ -2.08% ส่วนดัชนีแนสแด็ก คอมโฑซส ปิดที่ 10,353.18 จุด ดิ่งลง 263.03 จุด หรือ -2.48%

ตลาดหุ้นสหรัฐฐร่วงลงแรงอีกครั้ง หลังมีแรงขายทำกำไรหลังดัชนีตลาดหุ้นปรับเพิ่มขึ้น หลังจากซึมซับข่าวธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ขึ้นดอกเบี้ย นักลงทุนกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐซึ่งยังไม่มีความชัดเจนว่าพรรคใดจะได้ครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส นอกจากนี้ การร่วงลงอย่างหนักของราคาคริปโทเคอร์เรนซียังสร้างแรงกดดันต่อบรรยากาศการซื้อขายในตลาดหุ้นอีกด้วยด้วย

เดนนิส เดอบุสเชีย นักวิเคราะห์จากบริษัท 22V Research กล่าวว่า นักลงทุนในตลาดคาดการณ์ว่าพรรครีพับลิกันจะได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งกลางเทอม ซึ่งจะคานอำนาจฝ่ายบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดนในการออกกฎหมายต่าง ๆ ซึ่งรวมถึงการปรับขึ้นภาษี แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าพรรคใดจะได้ครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรส

ด้านเดเมียน โบอีย์ หัวหน้านักวิเคราะห์จากบริษัท Barrenjoey แสดงความเห็นว่า หากพรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐและวุฒิสภา ก็จะทำให้เกิดความยากลำบากในการผลักดันมาตรการกระตุ้นทางการคลัง ซึ่งอาจจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สามารถผ่อนคันเร่งในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงอย่างหนักของราคาคริปโทเคอร์เรนซี ซึ่งรวมถึงบิตคอยน์ หลังจากมีรายงานว่าบริษัทไบแนนซ์ (Binance) ตัดสินใจยกเลิกข้อตกลงการซื้อกิจการเอฟทีเอ็กซ์ (FTX) ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับปัญหาสภาพคล่องของเอฟทีเอ็กซ์

หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง หลังราคาน้ำมันดิบโลกลดลงแรง หลังสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นสวนทางกับการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ นอกจากนี้ ตลาดน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของดอลลาร์ และความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศจีน โดยสัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนธ.ค. ร่วงลง 3.08 ดอลลาร์ หรือ 3.5% ปิดที่ 85.83 ดอลลาร์/บาร์เรล

หุ้นเทสลา ร่วงลง 7.17% หลังมีรายงานว่านายอีลอน มัสก์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัทเทสลาได้เทขายหุ้นเทสลาเป็นมูลค่าอย่างน้อย 3.95 พันล้านดอลลาร์ หลังจากปิดดีลซื้อกิจการบริษัทวิตเตอร์มูลค่า 4.4 หมื่นล้านดอลลาร์ได้ไม่กี่วัน

หุ้นวอลท์ ดิสนีย์ ดิ่งลง 13.16% หลังจากบริษัทเปิดเผยกำไรต่อหุ้นในไตรมาส 4/2565 อยู่ที่ 30 เซนต์ ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 55 เซนต์ พร้อมกับเตือนว่าจำนวนสมาชิกดิสนีย์พลัส (Disney+) อาจชะลอตัวลงในไตรมาส 1 ของปีงบการเงิน 2566

นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของสหรัฐในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ดัชนี CPI ทั่วไปจะปรับตัวขึ้น 7.9% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวลงจากระดับ 8.2% ในเดือนก.ย. และคาดว่าดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่นับรวมราคาในหมวดอาหารและพลังงาน จะปรับตัวขึ้น 6.5% ในเดือนต.ค. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งชะลอตัวจากระดับ 6.6% ในเดือนก.ย.