ดาวโจนส์ปิดบวก 95 จุด เฟดเริ่มชัดเจนชะลออัตราการขึ้นดอกเบี้ย

.นักลงทุนกลับมาซื้อหุ้นสะสม หลังรายงานเฟดชี้ทิศทางการขึ้นดอกเบี้ยไม่ร้อนแรง

.เจ้าหน้าระดับสูงเฟดเห็นด้วยกับการชะลออัตราเร่งในการขึ้นดอกเบี้ย

.ตัวเลขผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้นสูงกว่าคาด แสดงตลาดแรงงานอ่อนแอลง

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดวันที่ 23พ.ย.ที่ 34,194.06 จุด เพิ่มขึ้น 95.96 จุด หรือ +0.28%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,027.26 จุด เพิ่มขึ้น 23.68 จุด หรือ +0.59% ส่วนดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิส ปิดที่ 11,285.32 จุด เพิ่มขึ้น 110.91 จุด หรือ +0.99%

นักลงทุนขานรับรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ประจำวันที่ 1-2 พ.ย. ซึ่งชี้ทิศทางการชะลอตัวของการขึ้นดอกเบี้ยในระยะต่อไป โดยระบุว่า “แม้กรรมการเฟดตระหนักว่าตัวเลขเงินเฟ้อยังไม่ได้ส่งสัญญาณลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แต่กรรมการเฟดส่วนใหญ่มีความเห็นตรงกันว่า เป็นเรื่องเหมาะสมที่จะชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็ว ๆ นี้ เมื่อพิจารณาถึงผลกระทบของนโยบายการเงินที่มีต่อเศรษฐกิจ”

ขณะเดียวกัน อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีที่ใช้อ้างอิงในการกำหนดราคาตราสารหนี้ทั่วโลกซึ่งรวมถึงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้จำนองด้วยนั้น ร่วงลงแตะระดับ 3.750% เมื่อคืนนี้ ซึ่งช่วยให้นักลงทุนคลายความกังวลเกี่ยวกับต้นทุนในการชำระหนี้ของบริษัทจดทะเบียน

นอกจากนั้น ตัวเลขตลาดแรงงานเริ่มลดความแข็งแกร่งลง.โดยผู้ยื่นขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรกเพิ่มขึ้น 17,000 ราย สู่ระดับ 240,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 225,000 ราย

ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการหดตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 ในเดือนพ.ย. อย่างไรก็ตาม ยอดขายบ้านใหม่เพิ่มขึ้น 7.5% ในเดือนต.ค. สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะลดลง

หุ้นบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ปรับตัวขึ้น โดยหุ้นเมตา แพลตฟอร์ม ดีดขึ้น 0.72% หุ้นแอมะซอน พุ่งขึ้น 1% หุ้นแอปเปิล ปรับตัวขึ้น 0.59% หุ้นอัลฟาเบท พุ่งขึ้น 1.45%

หุ้นเทสลา ทะยานขึ้น 7.82% หลังจากนักวิเคราะห์ของซิตี้กรุ๊ปปรับเพิ่มน้ำหนักความน่าลงทุนของหุ้นเทสลาขึ้นสู่ระดับ “Neutral (คงน้ำหนักการลงทุน)” จากเดิมที่ระดับ “Sell (แนะนำให้ขาย)”

หุ้นเดียร์ แอนด์ โค ซึ่งเป็นผู้ผลิตเครื่องมือด้านการเกษตร พุ่งขึ้น 5.03% หลังจากบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่สูงเกินคาด

ส่วนหุ้นนอร์ดสตรอม ซึ่งเป็นห้างสรรพสินค้ารายใหญ่ของสหรัฐ ร่วงลง 4.24% หลังจากบริษัทปรับลดคาดการณ์ผลกำไร

ตลาดหุ้นนิวยอร์กจะปิดทำการในวันพฤหัสบดีที่ 24 พ.ย. เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า และจะมีการซื้อขายเพียงครึ่งวันในวันศุกร์ที่ 25 พ.ย.