ดาวโจนส์ปิดบวก 217จุด นักลงทุนเชื่อมั่นเศรษฐกิจจ่อฟื้น

  • ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวรับคลายล็อกดาวน์
  • จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19ฟลอริดา เริ่มลดหลังพุ่งทะยานก่อนหน้า
  • พาวเวล-มนูซิน ให้คำมั่นจับมือฟื้นเศรษฐกิจสหรัฐ

ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดตลาดวันที่ 30มิ.ย.ส่งท้ายครึ่งปีที่ 25,812.88 จุด เพิ่มขึ้น 217.08 จุด หรือ +0.85% ดัชนีเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ 3,100.29 จุด เพิ่มขึ้น 47.05 จุด หรือ +1.54% ส่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิส ปิดที่ 10,058.77 จุด เพิ่มขึ้น 184.61 จุด หรือ +1.87%

ข้อมูลเศรษฐกิจที่ออกมาสดใสของสหรัฐ ทำให้นักลงทุนมีความหวังว่าเศรษฐกิจของประเทศจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในเร็วๆนี้ ขณะที่ถ้อยแถลงต่อสภาผู้แทนราษฎรของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และนายสตีเวน มนูชิน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ เป็นไปในทิศทางที่สร้างความมั่นใจมากขึ้น โดยทั้งสองให้คำมั่นว่าจะร่วมมือกันพยุงเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19

นายมนูซิน กล่าวว่า เฟดและกระทรวงคลังกำลังหาลู่ทางที่จะขยายโครงการเงินกู้ฉุกเฉิน 11 โครงการที่จัดตั้งขึ้นมาแล้ว ให้สามารถเข้าถึงความต้องการของตลาดเป็นวงกว้างมาดขึ้น ขณะที่นายพาวเวลกล่าวว่า เป้าหมายของโครงการเงินกู้ของเฟดนั้น คือการช่วยเหลือประชาชนราว 25 ล้านคนที่ตกงานในช่วงโควิด-19 ระบาด ให้สามารถกลับมาทำงานได้อีกครั้ง พร้อมกับเรียกร้องให้สภาคองเกรสเร่งพิจารณาความช่วยเหลือเพิ่มเติมให้กับภาคครัวเรือน บริษัทเอกชน รัฐบาลของรัฐต่างๆ

นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนเพิ่มขึ้น หลังจากที่รัฐฟลอริดาเปิดเผยว่าจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพิ่มขึ้น 4.2% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 7 วันที่ระดับ 5.6%

โดยหลังจากคลายล็อกดาวน์ เศรษฐกิจสหรัฐแสดงความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นต่อ้นือง โดยผลสำรวจของเอสแอนด์พี คอร์โลจิก เคส ชิลเลอร์ ระบุว่า ดัชนีราคาบ้านทั่วประเทศในสหรัฐพุ่งขึ้น 4.7% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่แล้ว หลังจากที่เพิ่มขึ้น 4.6% ในเดือนมี.ค. โดยราคาบ้านเดือนเม.ย.ได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ที่แข็งแกร่งของผู้ซื้อบ้าน, สต็อกบ้านที่ตึงตัว และอัตราดอกเบี้ยจำนองที่ระดับต่ำ

นอกจากนั้น การเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง ยังช่วยเรื่องคงามมั่นใจของชาวอเมริกัน โดยผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจ ระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวสู่ระดับ 98.1 ในเดือนมิ.ย. จากระดับ 85.9 ในเดือนพ.ค. และสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 91.0 โดยได้รับแรงหนุนจากการที่รัฐต่างๆในสหรัฐเริ่มผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ ทำให้เริ่มมีการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้งหนึ่ง

หุ้นกลุ่มพลังงานที่ พุ่งขึ้น 2.2% และดัชนีกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น 1.95% เป็นตัวนำตลาดโดยหุ้นในกลุ่มพลังงานนั้น หุ้นเชฟรอน พุ่งขึ้น 1.75% หุ้นฮัลลิเบอร์ตัน พุ่งขึ้น 4.5% หุ้นเอ็กซอน โมบิล ปรับตัวขึ้น 0.9%

ส่วนหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีนั้น ราคาหุ้นในกลุ่ม FAANG พุ่งขึ้นถ้วนหน้า โดยหุ้นเฟซบุ๊ก พุ่งขึ้น 2.9% หุ้นอเมซอน พุ่งขึ้น 2.9% หุ้นแอปเปิล บวก 0.83% หุ้นเน็ตฟลิกซ์ เพิ่มขึ้น 1.74% และหุ้นอัลฟาเบทซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกูเกิล พุ่งขึ้น 1.49%