ดาวโจนส์บวกกว่า 100 จุด ต่อเนื่องวันที่ 2 จับตาเฟดกระตุ้นเศรษฐกิจ

  • นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่กำลังเริ่มขึ้น
  • ตัวเลขเศรษฐกิจยังดีต่อ ดัชนีภาคการผลิต-ดัชนีราคานำเข้าดีดตัวขึ้นมากกว่าคาด
  • พิษโควิด-19 ทำความต้องการซื้อน้ำมันโลกร่วงต่อเนื่อง

เมื่อเวลา 21.25 น.ตามเวลาประเทศไทย ตลาดหุ้นสหรัฐเคลื่อนไหวในแดนบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ของสัปดาห์ โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์อยู่ท่ 28,147.83 เพิ่มขึ้น 154.50 จุด หรือ +0.55% ดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิส เคลื่อนไหวที่ 11,187.35 จุด เพิ่มขึ้น 130.70 จุด หรือ +1.18% ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 อยู่ที่ระดับ 3,411.88 จุด เพิ่มขึ้น 28.34จุด หรือ 0.89%

นักลงทุนจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันที่ 15-16 ก.ย.นี้ โดยจะเริ่มประชุมในคืนนี้เป็นคืนแรก ขณะที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ที่ประชุมเฟดจะให้รายละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับ “เป้าหมายเงินเฟ้อเฉลี่ย” ซึ่งเป็นเครื่องมือทางการเงินที่จะเปิดทางให้เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมากกว่าเดิมเพื่อสนับสนุนตลาดแรงงานและเศรษฐกิจสหรัฐ อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่มีการปรับดอกเบี้ยในช่วงนี้

ขณะที่ตัวเลขเครื่องชี้เศรษฐกิจธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก รายงานวันนี้ว่า ดัชนีภาคการผลิต (Empire State Index) ดีดตัวขึ้น 13.3 จุด สู่ระดับ 17.0 ในเดือนก.ย. และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 6.0 หลังจากดิ่งลง 14 จุดในเดือนส.ค. โดยดัชนีมีค่าเป็นบวกติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 โดยดัชนีได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวของคำสั่งซื้อใหม่ ขณะที่ภาคธุรกิจมีความเชื่อมั่นมากขึ้นต่อแนวโน้มในช่วง 6 เดือนข้างหน้า

ขณะที่กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ดัชนีราคานำเข้าดีดตัวขึ้นมากกว่าคาดในเดือนส.ค. โดยปรับตัวขึ้น 0.9% เมื่อเทียบรายเดือน หลังจากพุ่งขึ้น 1.2% ในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าดัชนีราคานำเข้าจะเพิ่มขึ้นเพียง 0.5% ในเดือนส.ค. อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบรายปี ดัชนีราคานำเข้าลดลง 1.4% ในเดือนส.ค. หลังจากดิ่งลง 2.8% ในเดือนก.ค.

อย่างไรก็ตาม สำนักงานพลังงานสากล (IEA) และกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก)ปรับลดตัวเลขคาดการณ์อุปสงค์น้ำมันในปีนี้ และปีหน้า โดย IEA ประเมินจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งได้กระทบอุตสาหกรรมการบินทั่วโลก ขณะที่กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ให้เหตุผลถึงการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของอินเดีย และประเทศส่วนใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย