ดัชนีดาวโจนส์ เคลื่อนไหวติดลบกว่า 200 จุด นักลงทุนเทขายหุ้นเทคโนโลยีทำกำไร

  • นักวิเคราะห์เผย นักลงทุนเริ่มเทขายหุ้นเทคโนโลยี ดัชนีแนสแด็กร่วงแรงกว่า 300 จุด
  • ตลาดมองเศรษฐกิจสหรัฐมีโอกาสฟื้นตัว ปรับพอร์ตซื้อหุ้นกลุ่มได้ผลดีจากการเปิดเศรษฐกิจ
  • คนใช้จ่ายเพิ่ม สหรัฐขาดดุลการค้า มี.ค.สูงสุดเป็นประวัติการณ์

เมื่อเวลา 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวที่ระดับ 33,879.74 จุด ลดลง 233.49 จุด หรือ -0.68% ดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิส เคลื่อนไหวที่ 13,569.71 ร่วงแรง 325.41 จุด หรือ -2.34%ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 อยู่ที่ระดับ 4,145.78 จุดลดลง 46.88 จุด หรือ -1.12%

นักลงทุนยังคงเทขายทำกำไรหุ้นหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และกลุ่มบริการด้านการสื่อสาร ที่เคยได้ประโยชน์จากการปิดเศรษฐกิจมายาวนาน หลังภาพรวมเศรษฐกิจเริ่มแสดงการฟื้นตัวชัดขึ้น และการฉีดวัคซีนยังอยู่ในทิศทางที่ดีต่อเนื่อง ขณะที่ยังคงเข้าซื้อหุ้นที่ปรับตัวตามภาวะเศรษฐกิจ เช่น หุ้นกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค, กลุ่มพลังงาน และกลุ่มวัสดุ รวมทั้งกลุ่มที่จะได้ประโยชน์จากการกลับมาเปิดเมือง

นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า นักลงทุนเริ่มมีความระมัดระวังในการลงทุนกับหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากที่ผ่านมาได้อานิสงส์จากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยหันไปลงทุนกับหุ้นกลุ่มการเงินและพลังงานแทน

ด้านภาพรวมเศรษฐกิจแสดงให้เห็นการใช้จ่ายเพิ่มขึ้นของคนอเมริกัน โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐรายงานในวันนี้ว่า สหรัฐขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้น 5.6% แตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 7.44 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา เนื่องจากความต้องการซื้อในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นจนทำให้ต้องนำเข้าเพิ่มขึ้น

นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สหรัฐอาจขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นอีก เมื่อเศรษฐกิจสหรัฐฟื้นตัวขึ้นมากกว่าประเทศอื่นๆ ทั้งนี้ ในเดือนดังกล่าว สหรัฐส่งออกเพิ่มขึ้น 6.6% แตะ 2 แสนล้านดอลลาร์ ขณะที่นำเข้าเพิ่มขึ้น 6.3% แตะ 2.745 แสนล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้นน้อยกว่าการคาดการณ์ของตลาด ซึ่งคาดไว้ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.3% โดยกระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า คำสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐเพิ่มขึ้น 5.8 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.1% เมื่อเทียบเป็นรายเดือน แตะ 5.129 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมี.ค. หลังจากที่ปรับตัวลดลง 0.5% ในเดือนก.พ.