ดัชนีดาวโจนส์ ร่วงกว่า 140 จุด ห่วงเงินเฟ้อพุ่ง-จับตาผลประกอบการไตรมาส 3

. นักลงทุนจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐไตรมาสที่ 3
.มีแรงเทขายหุ้นลดความเสี่ยง หลังตัวเลขเงินเฟ้อพุ่งสูงกว่าคาด
.ตลาดจับตาบตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของเฟดคืนนี้

เมื่อเวลาประมาณ 22.00 น. ตามเวลาประเทศไทย ดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์ เคลื่อนไหวที่ระดับ 34,236.77 จุด ลดลง 141.57 จุด หรือ -0.41% ดัชนีแนสแด็ก คอมโพซิส เคลื่อนไหวที่ 14,515.60 จุด เพิ่มขึ้น 49.68 จุด หรือ +0.34%
ขณะที่ดัชนีเอสแอนด์พี 500 อยู่ที่ระดับ 4,344.35 จุด ลดลง 6.30 จุด หรือ -0.14%

นักลงทุนจับตาการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนสหรัฐไตรมาสที่ 3 โดยเจพีมอร์แกน เชส ซึ่งเป็น ธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐ รายงานผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นแตะ 1.17 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 3.74 ดอลลาร์ต่อหุ้น ในไตรมาส 3 ซึ่งสิ้นสุดในวันที่ 30 ก.ย.ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นจาก 9.4 พันล้านดอลลาร์ หรือ 2.92 ดอลลาร์ต่อหุ้น ในช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า นอกจากนี้ กำไรต่อหุ้นของเจพีมอร์แกน เชส ยังออกมาดีกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ว่าจะอยู่ที่ 3 ดอลลาร์ต่อหุ้น

อย่างไรก็ดี ตลาดกังวลอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นเร็วกว่าที่คาด โดยกระทรวงแรงงานสหรัฐ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 0.4% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 0.3% อยู่เล็กน้อย หลังจากเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนส.ค.เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI ปรับตัวขึ้น 5.4% ในเดือนก.ย. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.3% หลังจากที่เพิ่มขึ้น 5.3% ในเดือนส.ค.

ขณะที่ ดัชนี CPI พื้นฐานปรับตัวขึ้น 0.2% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายเดือน เท่ากับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ หลังจากเพิ่มขึ้น 0.1% ในเดือนส.ค. เมื่อเทียบรายปี ดัชนี CPI พื้นฐานเพิ่มขึ้น 4.0% ในเดือนก.ย. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 4.2% หลังจากเพิ่มขึ้น 4.0% ในเดือนส.ค.

ตลาดยังกังวลการปรับเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันที่จะกระทบต่อต้นทุนการผลิต และการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ขณะที่การเพิ่มขึ้นราคาผู้บริโภคล่าสุดนี้ ก็เป็นผลมาจากต้นทุนผลิตภัณฑ์พลังงานที่พุ่งทะยานขึ้นด้วยเช่นกัน โดยราคาน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนก.ย. และพุ่งขึ้น 42.1% จากปีก่อนหน้า ส่วนราคาน้ำมันเชื้อเพลิงปรับตัวขึ้น 3.9% เมื่อเทียบรายเดือน และพุ่งขึ้น 42.6% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว

นักลงทุนขายหุ้นลดความเสี่ยง โดยหุ้นเจพีมอร์แกน เชส ลดลง 2.28% ขณะที่หุ้นอเมริกัน เอ็กซ์เพรส ลบ 2.25% หุ้นแม็กโดนัลด์ ลดลง 1.19% หุ้นแอปเปิ้ล ลบ 1.17% ขณะที่จับตารายงานการประชุมประจำเดือนก.ย.ของเฟดในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยคาดว่าจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ไทม์ไลน์ที่เฟดจะปรับลดวงเงินในโครงการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย