ซัมซุงเปิดตัว Galaxy Z Fold3 ใช้ S Pen ได้ และ Z Flip3 สมาร์​ทโฟน 2 รุ่นใหม่ เปี่ยมไปด้วนนวัตกรรม ให้ความทนทานแข็งแรงมากขึ้นและราคาถูกลง

พร้อมกับ Galaxy Watch4 และ Galaxy Buds2

ซัมซุง (Samsung) จัดงาน Galaxy Unpacked 2021: Get ready to unfold เพื่อเปิดตัวสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่จะเป็นตัวหลักในการบุกตลาดสมาร์ทโฟนในช่วงครึ่งปีหลัง ชูนวัตกรรมสมาร์ทโฟนจอพับในตระกูล Z Series  ดีไซน์​เยี่ยม หรูหรา แฟชั่นล้ำสมัย ใช้วัสดุมีความแข็งแรงและทนทานมากขึ้น แต่พร้อมไปด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานและราคาถูกลงเมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า เปิดตัวพร้อมกันทั่วโลกในรูปแบบออนไลน์เมื่อคืนวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา

ดร. ทีเอ็ม โรห์ ประธานและหัวหน้ากลุ่มธุรกิจโทรคมนาคม บริษัท ซัมซุง อิเลคโทรนิคส์ จำกัด เป็นผู้เปิดงานและได้พูดถึงการพัฒนาของนวัตกรรมสมาร์ทโฟน และสถานการณ์การแพร่ระบาดทำให้เทคโนโลยีถูกเชื่อมโยงทุกคนเข้าไว้ด้วย จึงมุ่งมั่นพัฒนาสมาร์ทโฟนให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ด้วย Samsung Galaxy Z Series รุ่นใหม่ที่จะมาปฏิวัติวงการสมาร์ทโฟนพร้อมพลิกโฉมประสบการณ์การใช้งานของผู้ใช้ไปอย่างสิ้นเชิง  คือ Galaxy Z Fold3 (กาแลคซี่ซีโฟลด์3) และ Galaxy Z Flip3 (กาแลคซี่ซีฟลิป3) 

Galaxy Z Fold3 5G ราคา 57,900 บาท (256GB) และ 61,900 บาท (512GB)

ซัมซุงได้บุกเบิกสมาร์ทโฟนจอพับเป็นรายแรกโดย Fold 3  หน้าจอหลักขนาด 7.6 นิ้ว  จอด้านนอกขนาด 6.2 นิ้วใหญ่กว่าเดิม 4 เท่าจอหลักถูกออกแบบใหม่กับหน้าจอหลักที่ไม่มีรูกล้องรบกวนสายตาอีกต่อไปเพราะเอากล้องไปซ่อนไว้ใต้จอ  และนี่เป็นอีกก้าวหนึ่งของเทคโนโลยีด้วยการรองรับ S Pen เป็นครั้งแรก (ซื้อเพิ่มเติม) ใช้ได้ทั้งS Pen Fold Edition  และ S Pen Pro  ดีไซน์ต่างกันและการใช้งานแตกต่างกันเล็กน้อย ทั้งคู่มาพร้อมหัวปากกาที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อปกป้องหน้าจอไม่ให้เป็นรอยด้วยการจำกัดแรงกดลงบนหน้าจอหลัก แต่มีความหน่วงต่ำทำให้การเขียน การวาดเป็นธรรมชาติเหมือนปากกาจริง 

รวมถึงอัตรารีเฟรชหน้าจอที่ 120Hz Adaptive  มอบการแสดงผลที่ลื่นไหลไวต่อการตอบสนอง ทั้งบริเวณหน้าจอด้านนอกและด้านใน ขณะที่การใช้งานด้านมัลติทาสกิ้งได้พร้อม 3 แอปพร้อมๆ กัน การใช้งาน Flex mode และ Multi-Active Window ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ กับความสามารถในการทำกิจกรรมหลายอย่างได้พร้อมกัน 

สำหรับความแข็งแรงทนทานใหม่คือมาพร้อมกับมาตรฐานการทนน้ำระดับ IPX8 วัสดุตัวเครื่องที่ทำมาจาก Armor Aluminum ซึ่งเป็นอลูมิเนียมที่แข็งแรงที่สุดเท่าที่เคยนำมาใช้กับสมาร์ทโฟน รวมถึง Corning Gorilla Glass Victus ที่ช่วยปกป้องเครื่องจากรอยขีดข่วนและการตกหล่น พร้อมฟิล์มกันรอยแบบยืดชนิดใหม่ (Stretchable PET) และการปรับชั้นแผงหน้าจอหลัก ซึ่งส่งผลให้หน้าจอมีความแข็งแรงเพิ่มขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 80%

พร้อมกับนวัตกรรมบานพับ ‘Hideaway Hinge’ ซึ่งถือเป็นการปฏิวัติรูปแบบการพับไปอย่างสิ้นเชิงด้วยความสามารถในการกางออกและปรับองศาหน้าจอได้ตามต้องการเมื่อใช้งาน Flex mode  พร้อมสร้างความเชื่อมั่นด้วยผลการทดสอบความแข็งแกร่งต่อการพับ 200,000 ครั้ง จาก Bureau Veritas 

สรุปสเปค

  • ดีไซน์หรู อลังการ กรอบอลูมีเนียมที่ให้ความแข็งแกร่งที่เคยมีมา Armor Aluminum  รองรับเครือข่าย 5G 
  • มี 2 จอ จอด้านนอกขนาด 6.2 นิ้ว อัตราส่วน 24.5:9  หน้าจอ 120Hz Adaptive ที่ปรับความถี่ตามการใช้งานจริง สำหรับจอด้านในเมื่อกางออกมาจะมีขนาด 7.6 นิ้ว Super AMOLED 2X อัตราส่วน 22.5:15  หน้าจอ 120Hz Adaptive
  • ชิปประมวลผล 5 nm 64 bit Octa-Core Processsor 
  • รองรับ S Pen โดยในส่วนของ Spen Fold Edition ไม่ต้องผ่านบลูทูธรองรับ Air Command ยาว 132.1 มม กว้าง 7.7 มม หนัก 6.7 กรัม 
  • รองรับ S Pen Pro เชื่อมต่อผ่านบลูทูธ รองรับ Air Command Air Action ความยาว 173.64 มม. หนัก 13.8 กรัม
  • สมาร์ทโฟนจอพับรายแรกกันน้ำตามมาตรฐาน IPX8
  • กระจก Corning Gorilla Glass Victus ที่มีความทนทานมากกว่ารุ่นก่อนหน้า
  • กล้องหน้า 2 ตัวกล้องแรก 10 ล้านพิกเซล F2.2 FOV 80 กล้องหน้าด้านใน 4 ล้านพิกเซล FOV: 80
  • กล้องหลัง 3 ตัว กล้องอัลตร้าไวด์ 12 ล้านพิกเซล F2.2 FOV 123 กล้องไวด์ 12 ล้านพิกเซล OIS  F1.8 FOV 83 และกล้องเทเล 12 ล้านพิกเซล  FOV 45 ออปติคอลซูม 0.5x และ 2X และดิจิทัลซูฒสูงสุด 10X รองรับ HDR10+    
  • 3 สีคือสีดำ Phantom Black, เขียว Phantom Green  และซิลเวอร์ Phantom Silver
  • หนัก 271 กรัม RAM 12 GB ROM 256/512 GB  แอนดรอยด์ 11 แบตเตอรี่ 4,400 mAh

Galaxy Z Flip3 5G  ราคา 34,900 บาท (128GB) และ 36,900 บาท (256GB)

สมาร์ทโฟนที่ถูกออกแบบมาสไตล์แฟช้่นจ๋าเหมาะสำหรับผู้ต้องการบ่งบอกสไตล์ของตนเองผ่านพาเลทสีนที่โดดเด่นมาตอบสนองการใช้งานได้มากมายโดยเฉพาะการใช้งานด้านโซเชียลมาพร้อมกับวัสดุเกรดเดียวกับ Fold 3 ที่ให้ความทนทานเช่นเดียวกันจอหลักขนาด 6.7 นิ้ว Dynamic Amoled  2X  อัตรารีเฟรชหน้าจอที่ 120Hz Adaptive  มอบการแสดงผลที่ลื่นไหลไวต่อการตอบสนอง  จอด้านนอกขนาด 1.9 นิ้ว  Super Amoled ใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้าที่มีขนาด 1.1 นิ้วถึง 4 เท่า สามารถดูการแจ้งเตือนหรือข้อความต่างๆ ได้ง่ายขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องกางสมาร์ทโฟนออก

การออกแบบมาเพื่อปลดล็อคประสิทธิภาพสูงสุดในการถ่ายภาพด้วยฟีเจอร์กล้องมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการตั้งถ่ายเซลฟี่แบบแฮนด์ฟรีด้วย Flex mode ไปจนถึงการสแนปภาพหรือถ่ายวิดีโออย่างรวดเร็วแม้อยู่ในโหมดพับด้วยฟีเจอร์ Quick Shot ฟีเจอร์ Flex Mode Panel โฉมใหม่จะทำให้ปรากฏคอนเทนต์วิดีโอที่จอด้านบน ในขณะที่ผู้ใช้ยังสามารถปรับค่าต่างๆ เช่น ความสว่างหน้าจอหรือระดับเสียงที่จอด้านล่างได้พร้อมกัน 

 ตัวเครื่องเมื่อพับ 72.2×86.4×17.1 -15 mm  กางออก 72.2x166x6.9 mm หนัก 183 กรัมใช้กระจกที่แข็งแกร่งที่สุดที่เคยมีมา Corning Gorilla Glass Victus

ขอบและแกนฝาพับ เป็นอลูมีเนียม Armor Aluminum เกรดทหารที่แข็งแกรงที่สุด กันน้ำมาตรฐาน IPX8 กล้อง 4 ตัว กล้องหน้าเซลฟี่ 10 ล้านพิกเซล F2.4 FOV80 กล้องหลังคู่ อัลตร้าไวด์ 12 ล้านพิกเซล F2.2 FOV 123 กล้องไวด์ 12 ล้านพิกเซล F1.8 FOV 78

หน่วยความจำ RAM 8GB ROM 128/256  รองรับ 5G แบตเตอรี่ขนาด 3,300 mAH หน่วยประมวลผล 5 nm 64 bit Octa-Core แอนดรอยด์ 11 มี สีครีม, สีเขียว, สีม่วงลาเวนเดอร์, สีดำ Phantom Black (สีพิเศษเฉพาะบน samsung.com)  สีเทา, สีขาว, สีชมพู

Galaxy Watch4 Series

สมาร์ทวอทช์รุ่นแรกที่มาพร้อมระบบปฏิบัติการใหม่ Wear OS ที่พัฒนาร่วมกับ Google ทำให้ใช้งานหลากหลายแอปพลิเคชันยอดนิยมได้อย่างง่ายดาย ซึ่งทำงานร่วมกับ One UI Watch ใหม่ ที่ทำให้สมาร์ทวอทช์และสมาร์ทโฟนเชื่อมต่อถึงกันได้ดียิ่งขึ้น ด้านการทำงานก็เร็วขึ้นกว่าเดิมด้วยชิปเซ็ตแบบ 5nm ที่มีเป็นครั้งแรกในสมาร์ทวอทช์ ทำให้ CPU / GPU / RAM เร็วแรงมากขึ้น พร้อมด้วยความโดดเด่นในด้านการดูแลสุขภาพผ่านนวัตกรรมเซ็นเซอร์ BioActive ที่ประมวลค่าด้านสุขภาพได้อย่างละเอียดแบบ 3-in-1 ทำให้ผู้ใช้สามารถติดตามระดับความดันโลหิต ตรวจจับภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ (AFib) หรือเช็คระดับออกซิเจนในเลือด รวมถึงวิเคราะห์องค์ประกอบร่างกาย  ได้เป็นครั้งแรก พร้อมตรวจจับเสียงกรน วัดค่าออกซิเจนในเลือดขณะนอนหลับ ประเมินและให้คะแนนคุณภาพการนอนหลับ (Sleep Scores) ได้

Galaxy Watch4 มาพร้อมกับดีไซน์อันทันสมัยแต่คงไว้ซึ่งความเรียบง่าย พร้อมตัวเลือกของขนาดหน้าปัดที่หลากหลายเพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้ได้อย่างลงตัว ได้แก่ หน้าปัดขนาด 40 มิลลิเมตร (BLT) ในสีดำและพิงค์โกลด์ วางจำหน่ายในราคา 7,990 บาท (BLT) และหน้าปัดขนาด 44 มิลลิเมตร มาในสีดำและสีเขียว ราคา 8,990 บาท (BLT) และ 10,900 บาท (LTE) 

ในขณะที่ Galaxy Watch4 Classic ได้ออกแบบมาเพื่อผู้ที่แสวงหาความคลาสสิกเหนือกาลเวลา ด้วยรูปลักษณ์หน้าปัดแบบหมุนที่หลายคนชื่นชอบ ซึ่งวางจำหน่ายในรุ่น หน้าปัดขนาด 46 มิลลิเมตร กับตัวเลือกสีดำและ สีเงินในราคา 11,900 บาท (BLT) และ 13,900 บาท (LTE) ในตัวเลือกสีดำ

Galaxy Buds2: หูฟังไร้สายราคา 3,990 บาท

หูฟังแบบอินเอียร์ในระดับราคาเริ่มต้นแต่ให้ คุณภาพเสียงระดับพรีเมียม พร้อมดีไซน์ที่ลงตัว มีขนาดเล็กและมีน้ำหนักเบาที่สุดเท่าที่ซัมซุงเคยมีมา ซึ่งมาพร้อมกับดีไซน์โค้งมนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบความสบายให้กับผู้ใส่ ทำให้สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน รวมถึงยังสามารถทำงานและเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต และสมาร์ทวอทช์ใน Ecosystem ของซัมซุงกาแลคซี่ได้อีกด้วย 

ลำโพงไดนามิกระบบ 2 ทิศทาง ที่มอบคุณภาพเสียงคมชัด เบสนุ่มลึกและเสียงสูงที่ชัดเจน พร้อม Active Noise Cancelling ที่ช่วยตัดเสียงรบกวนภายนอกได้สูงสุดถึง 98% ในขณะเดียวกัน หากต้องการได้ยินเสียงบรรยากาศโดยรอบ ก็สามารถเลือกปรับ Ambient Sound ได้ถึง 3 ระดับ

และหูฟังรุ่นนี้ยังมาพร้อมโซลูชันใหม่ที่สามารถเรียนรู้และจดจำ เพื่อเลือกกันเสียงรบกวนภายนอกได้อย่างชาญฉลาดอีกด้วย ทั้งนี้ ซัมซุงยังได้พัฒนาฟีเจอร์ใหม่ ‘Earbud fit test’ ในแอปพลิเคชัน Galaxy Wearable เพื่อทดสอบการสวมใส่ให้พอดียิ่งขึ้น  ราคา 3,990 บาท มี 3 สี ได้แก่ สีแกรไฟต์, สีเขียว Olive และ สีม่วงลาเวนเดอร์

โดยซัมซุงได้เปิดให้จองเป็นเจ้าของ Galaxy Z Fold3 5G | Flip3 5G ก่อนใคร เพียงลงทะเบียนร่วมแคมเปญ First to Unfold ผ่านเว็บไซต์ www.samsung.com/th/unpacked เพื่อนำโค้ดมาซื้อผ่านทาง www.samsung.com/th/zfold3 หรือ www.samsung.com/th/zflip3 ได้แล้วตั้งแต่ตอนนี้ หรือผ่านหน้าร้าน Samsung Experience Store ในวันที่ 12 สิงหาคมเป็นต้นไป จนถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2564 เวลา 23.59 น. โดยผู้ที่สนใจร่วมแคมเปญจะได้รับคูปองเงินสดมูลค่าสูงสุด 9,000 บาท เพื่อใช้แลกซื้อสินค้าหรือส่วนลดทาง samsung.com ในครั้งต่อไป พร้อมรับฟรี บริการ Samsung Care+ 1 ปี มูลค่า 7,089 บาท โดยผู้ที่ลงทะเบียนจะได้รับเครื่อง Galaxy Z Fold3 5G | Flip3 เป็นกลุ่มแรกของประเทศไทยในวันที่ 2 กันยายนเป็นต้นไป รวมถึงยังสามารถแลกเครื่องเก่าเพื่อเป็นส่วนลดได้ด้วยที่ช่องทาง https://www.samsung.com/th/tradeinpromotion/