ชาวจีนบ่นฮุบเที่ยวสิงคโปร์อาจทำให้จนได้ แฮชแท็กบน Weibo ถูกค้นหามากที่สุด

นักท่องเที่ยวจีนเริ่มบ่นว่าการท่องเที่ยวในสิงคโปร์มีราคาแพงและอาจทำให้จนลงได้ หลังจากนโยบายการเปิดฟรีวีซ่า ของสิงคโปร์ในตั้งแต่ 9 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาต้อนรับปฐมฤกษ์กับเทศกาลตรุษจีนซึ่งนักท่องเที่ยวจีนได้เข้าไปเทียบสิงคโปร์กันมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเพิ่มขึ้นถึงทำให้ผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาสามารถเดินทางไปมาระหว่างกันโดยไม่ต้องขอวีซ่าได้เป็นเวลาถึง 30 วัน 

จากก่อนหน้านักท่องเที่ยวจีนต้องของวีซ่าเข้าสิงคโปร์​และจ่ายธรรมเนียม 300 หยวน ปรากฏว่านักท่องเที่ยวจีนได้เดินทางเพิ่มขึ้นมากกว่า 7 เท่าตัว แต่กลับกลายเป็นประเด็นร้อนในสื่อจีนเริ่มมีการถกกันถึงเรื่องดังกล่าว

สื่อของสิงคโปร์รายงานว่า ในโซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่าง Weibo ของจีน มีแฮชแท็ก “การเดินทางฟรีวีซ่าไปสิงคโปร์อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวมีฐานะยากจนหากไม่ระวัง” กลายเป็นหัวข้อที่มีการค้นหามากที่สุดแฮชแท็กนี้มีผู้เข้าชม 310 ล้านครั้ง มีกระทู้สนทนามากกว่า 9,000 กระทู้

บางคนถึงกับพูดคุยกันว่าค่าปรับของสิงคโปร์ เช่น ปรับ 500 ดอลลาร์สำหรับการรับประทานอาหารบนรถไฟฟ้า MRT หรือปรับ 1,000 ดอลลาร์สำหรับการสูบบุหรี่ในสถานที่ต้องห้าม การถ่มน้ำลายหรือทิ้งขยะในที่สาธารณะ ทำให้สิงคโปร์มีราคาแพงมาก

“การเดินทางไปสิงคโปร์ตอนนี้เป็นแบบไม่ต้องขอวีซ่า แต่ไม่ใช่ฟรีค่าใช้จ่าย เมืองนี้ได้ชื่อว่าเป็นเมืองหลวงแห่งค่าปรับ ทำไมฉันถึงไปที่นั่น? การเดินทางควรไร้กังวล และไม่ต้องกังวลตลอดเวลาว่าจะไม่ทำอะไร” อ่านโพสต์เมื่อวันที่ 27 มกราคม โดยชาวเน็ต YanyiElaine จากมณฑลอันฮุย ทางตอนกลางของจีน ซึ่งมีผู้ติดตาม 11,100 คนบน Weibo

ขณะเดียวกันสื่อจีน ยังรายได้รายงานค่าครองชีพที่สูงในสิงคโปร์ด้วย เมื่อ18 กุมภาพันธ์ นิตยสาร Phoenix Weekly ที่เน้นข่าวโซเชียลในเมืองเซินเจิ้น เผยแพร่เรื่องราวโดยมีหัวข้อข่าวว่า “ชาวจีนชนชั้นกลางกลุ่มแรกที่มาเยือนสิงคโปร์โดยไม่ต้องขอวีซ่าได้ล้มละลายไปแล้ว”

บทความอ้างว่าในสิงคโปร์ น้ำอัดลมกระป๋องราคา 2 ดอลลาร์ น้ำผลไม้หนึ่งแก้วราคาประมาณ 8 ดอลลาร์ และตีนไก่ ซึ่งเป็นของว่างราคาถูกในจีนแผ่นดินใหญ่ซึ่งมีราคาประมาณ 25 หยวนในปักกิ่ง ซึ่งเท่ากับ 130 หยวนสำหรับจานใหญ่ แม้ว่าบทความจะไม่ได้ระบุว่าอยู่ที่ไหน

มีชาวจีนในสิงคโปร์แนะนำบน iaohongshu  แอปคล้ายอินสตาแกรมยอดนิยมในประเทศจีน พวกเขาแนะนำให้ประหยัดเงินด้วยการรับประทานอาหารที่ฟู้ดคอร์ทหรือฮอกเกอร์ เซ็นเตอร์และช้อปปิ้งที่ห้างสรรพสินค้าชานเมือง


นายอัลเบิร์ต ซือ วัย 25 ปี ซึ่งทำงานบริษัทอินเทอร์เน็ตแห่งหนึ่งในกรุงปักกิ่งกล่าวว่าการใช้บริการขนส่งสาธารณะช่วยให้เขาและพ่อแม่มีงบไม่เกินงบสำหรับการเดินทางเยือนสิงคโปร์ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2566 การพัก 7 วันครั้งนี้ถือเป็นการเดินทางครั้งที่สามของนายซือไปยังสิงคโปร์

“เป็นเรื่องจริงที่สิงคโปร์มีราคาแพงเกินไป แต่ก็เข้าใจได้เช่นกันเนื่องจากต้องพึ่งพาการนำเข้า เป็นเรื่องปกติที่การบริโภคจะมีราคาแพงในประเทศที่พัฒนาแล้ว ภาคที่พัก การขนส่ง และอาหารและเครื่องดื่มบางส่วนมีราคาแพงกว่าของจีน แต่ก็มีศูนย์หาบเร่ด้วย ดังนั้นนักท่องเที่ยวจึงมีทางเลือก” เขากล่าวเสริม

นาย แอนดรูว์ พัว กรรมการบริหารคณะกรรมการการท่องเที่ยวสิงคโปร์ประจำประเทศจีน กล่าวว่าหน่วยงานดังกล่าวเน้นย้ำข้อเสนอที่หลากหลายของสิงคโปร์มาโดยตลอด ตั้งแต่ที่พักไปจนถึงการเดินทาง “ซึ่งรวมถึงอาหารหาบเร่ราคาไม่แพงเพื่อตอกย้ำชื่อเสียงของเราในฐานะสวรรค์สำหรับนักชิม” เขากล่าวเสริม

นายจอห์นนี่ จู วัย 28 นักท่องเที่ยวจากเมืองเฉิงตู เดินทางมาสิงคโปร์ช่วงเทศกาลตรุษจีนพบว่า ค่าใช้จ่ายที่นี่แพงกว่างบที่เขาตั้งไว้ 30% ค่าอาหารและค่าขนส่ง เขาระบุว่า ในหนึ่งวันที่สิงคโปร์ใช้เงินไป 1,500 หยวน และเขาได้เดินทางไปอินโดนีเซียด้วย ซึ่งที่นั่นค่าใช้จ่ายเหลือเพียงวันละ 500-600 หยวน

“ของที่ระลึกในสนามบินแพงมาก หาซื้อไปฝากครอบครัวและเพื่อนฝูงตุ๊กตาผ้าเมอร์ไลอ้อน ตัวเล็กๆ ขนาดครึ่งฝ่ามือตัวละ 100 หยวนพวงกุญแจ 50 หยวน เขาระบุว่าต้องลดค่าใช้จ่ายลงด้วยการดาวน์เกรดห้องพักในโรงแรมที่พักย่านลิตเติ้ลอินเดีย ทำให้ประหยัดได้อีกคืนละ 300 หยวน

ที่มา- https://www.straitstimes.com/asia/visitors-can-become-poor-chinese-netizens-debate-whether-singapore-is-too-costly-to-visit