“จุรินทร์”ย้ำชาวนาได้เงินชดเชยส่วนต่างประกันรายได้แน่

.ลั่นคลังกำลังเร่งแก้ปัญหาและหาเงินมาจ่ายให้
.แม้ไฟเขียวจ่ายชดเชยแล้ว 6 งวดแต่ได้จริงแค่ 3 งวด
.ยอดส่งออกข้าว 10 เดือนเกือบ 5 ล้านตันทั้งปี 64 ได้ตามเป้า

นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้ กระทรวงการคลังพยายามดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อให้สามารถเดินหน้าโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกปี 64/65 หรือโครงการปีที่ 3 ให้ได้อย่างต่อเนื่อง หลังจากที่กระทรวงพาณิชย์ ได้อนุมัติจ่ายเงินส่วนต่างชดชยรายได้ให้เกษตรกรไปแล้วถึง 6 งวด แต่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เพิ่งจ่ายไปเพียง 2-3 งวดเท่านั้น ขอให้เกษตรกรรออีกสักระยะหนึ่ง จะได้รับเงินชดเชยส่วนต่างแน่นอน

ด้านนายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวว่า การส่งออกข้าวของไทยเพิ่มขึ้นมาก โดยในช่วง 10 เดือนปีนี้ ส่งออกได้แล้ว 4.59 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 2.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่า 2,600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ลดลง 12.% คิดเป็นเงินบาท 81,740 ล้านบาท โดยราคาส่งออกเฉลี่ยอยู่ที่ตันละ 17,803 บาท  ส่วนตั้งแต่วันที่ 1-19 พ.ย. ผู้ส่งออกได้ขอใบอนุญาตส่งออกแล้ว 573,000 ตัน มั่นใจว่า ทั้งปี 64 จะส่งออกได้ตามเป้าหมาย 6 ล้านตันแน่นอน และทำให้ไทยอยู่ในอันดับ 3 ประเทศที่ส่งออกข้าวมากที่สุดในโลก

“ตอนนี้ ข้าวไทยส่งออกได้มากขึ้น และทั้งปีนี้ จะส่งออกได้ตามเป้าหมาย 6 ล้านตัน หลังจากเศรษฐกิจโลก และคู่ค้าฟื้นตัว รวมถึงค่าเงินบาทอ่อนค่า ทำให้ราคาข้าวไทยใกล้เคียงคู่แข่ง เช่น ข้าวขาว 5% ของไทยตันละ 403 เหรียญฯ อินเดีย 355 เหรียญฯ เวียดนาม 425 เหรียญฯ”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ การจ่ายเงินส่วนต่างให้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือก ตามโครงการประกันรายได้ผู้ปลูกข้าวเปลือกปี 64/65 หรือปีที่ 3 นั้น ธ.ก.ส.สามารถจ่ายให้ได้เพียงงวด ที่ 1, 2 และงวด 3 บางส่วนเท่านั้น ซึ่งจ่ายทุกสัปดาห์ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพ.ย.ที่ผ่านมา แม้คณะอนุกรรมการดูแลและกำหนดเกณฑ์กลางอ้างอิงโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าว ที่มีนายวัฒนศักย์ เสือเอี่ยม อธิบดีกรมการค้าภายใน เป็นประธาน ได้อนุมัติราคาเกณฑ์กลางอ้างอิง และการชดเชยส่วนต่างราคาตามโครงการประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวปี 64/65 รอบที่ 1 ไปแล้วถึง 6 งวด โดยมีมติให้จ่ายเงินส่วนต่างให้กับรผู้ปลูกข้าวเปลือกทั้ง 5 ชนิด เพราะราคาอ้างอิงยังต่ำกว่าราคาประกันรายได้

โดยสาเหตุที่ธ.ก.ส.ยังไม่สามารถจ่ายชดเชยส่วนต่างงวดที่ 3-6 ได้เป็นเพราะติดปัญหาเรื่องพ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง ที่กำหนดว่า การใช้เงินดำเนินโครงการต่างๆ ที่เป็นเงินนอกงบประมาณ หรือไม่ได้อยู่ในงบประจำ จะต้องไม่เกิน 30% ของวงเงินงบประมาณ แต่ล่าสุด การใช้งบโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร และโครงการอื่นๆ ของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ใกล้ถึง 30% จึงทำให้รัฐบาล ไม่สามารถดำเนินการได้ อีกทั้งรัฐบาลไม่มีแหล่งเงินทุนสำรองที่จะนำมาใช้สำหรับโครงการประกันรายได้สินค้าเกษตร แต่ขณะนี้ ทั้งกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณ อยู่ระหว่างการแก้ปัญหา

สำหรับการราคาเกณฑ์กลางอ้างอิงข้าว ที่จะนำมาใช้เป็นเกณฑ์จ่ายเงินชดเชยส่วนต่างให้กับเกษตรกรผู้ปลูกข้าวงวด 6 ที่ระบุวันที่คาดจะเก็บเกี่ยวตั้งแต่วันที่ 12-18 พ.ย.64 นั้น ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอ้างอิง ตันละ 10,871.48 บาท จากราคาประกัน ตันละ  15,000 บาท ชดเชยตันละ 4,128.52 บาท, ข้าวเปลือกหอมมะลินอกพื้นที่ ราคาอ้างอิง ตันละ 10,295.49 บาท จากราคาประกัน ตันละ 14,000 บาท ชดเชยตันละ 3,704.51 บาท, ข้าวเปลือกหอมปทุมธานี อ้างอิง ตันละ  9,545.67 บาท จากราคาประกัน ตันละ 11,000 บาท ชดเชย ตันละ 1,454.33 บาท, ข้าวเปลือกเจ้า  อ้างอิง ตันละ 7,753.19 บาท จากราคาประกัน ตันละ 10,000 บาท ชดเชย ตันละ 2,246.81 บาท และข้าวเปลือกเหนียว อ้างอิง ตันละ 7,903.56 บาท จากราคาประกันตันละ 12,000 บาท ชดเชยตันละ 4,096.44บาท